วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มันจึงเป็นความรักที่ไม่ถึงกับสุข เป็นความทุกข์ที่ไม่ถึงกับเศร้า

บ่ายแก่ๆของวันพุธ วันที่ผมหมดเรียวแรง หัวสมองของผมนั้นแน่นเอี้ยดไปด้วยอะไรต่างๆ นาๆ ร่างกายเหนื่อยล้า ในตาไม่มีพลังสู้งานในช่วงเวลาที่เหลือต่อไป ผมรู้สึกเหมือนว่าเป็นตอเรส ลงสนามตั้งแต่นาทีแรกจนตอนนี้นาทีที่ 85 แล้วแต่ก็ยังยิงไม่ได้ หันหน้าไปทางไหนก็ไม่มีอะไรมากระตุ้นผมให้มีพลังทำงานต่อ มองไปที่โทรศัพท์มือถือ  

อืมนี่ก็เป็นอาทิตย์แล้วสินะที่ผมทำงานไม่ได้พักสมอง ผมคลึงนิ้วอวบๆ เบาๆบนน้องแอนดรอย ผมไถนิ้วไปเบาๆอย่างทะนุถนอม แล้วไปหยุดที่ชื่อ "น้องดา" พลันเกิดสายลมเย็นพัดอ่อนๆ ในใจผม ผมไม่รอช้าที่จะกดโทรศัพท์ไปหาน้องดา ผมได้ยินเสียงปลายทางที่คุ้นเคยตอบกลับมาว่า "คู้ณ...หายไปไหนมาเหรอ งานยุ่งนักหรือไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" ผมหัวเราะเบาๆ แล้วก็พูดคุยกับเธอแล้วถามว่าว่างตอนไหนผมอยากไปหาเธอ เธอว่า 5 โมงเย็นแล้วกัน ผมไม่รอช้า รีบเก็บของทั้งหมดยัดใส่กระเป๋าคู่ใจแล้วรีบขับรถไปหาเธอทันที

Falsh back กลับไปเมื่อ 2 เดือนก่อน ผมเจอน้องดาในตอนที่เธอกำลังขะมักขะเม่นกับงานของเธอ เธอยุ่งมากมือทั้งสองข้างของเธอนั้นไม่ว่าง เอาโทรศัพท์หนีบตรงคอเพื่อรับสายลูกค้า ปากพลางตะโกนสั่งงานน้องๆ ให้รีบๆเคลียงาน แต่เธอยังมีอารมณ์ขันมาทักทายผม ได้ จากนั้นผมและเธอก็ได้มีโอกาสที่จะคุยกันบ้างจนเกิดเป็นความรู้สึกพิเศษ ในหลายๆครั้งที่ผมไปติดต่องานกับเธอ เพื่อนๆ น้องๆ ในที่ทำงานเธอจะแอบแซวว่าเราเป็นแฟนกัน ซึ่งผมและเธอต่างก็เข้าใจตรงกันว่าเราแค่มาติดต่องานกันเท่านั้น

ผ่านไปได้สักระยะผมมีโอกาสที่จะได้ชวนเธอมาคุยกันสองต่อสอง ทำให้ผมได้รู้จักกับเธอมากขึ้น เธอเป็นคนน่ารัก อารมณ์ดี และเธออยากจะมีกิจการเป็นของตัวเอง เธอเบื่อการเป็นพนักงานแบบนี้แล้ว ซึ่งผมก็ได้แนะนำว่าเธอควรเริ่มต้นอย่างไร  เดทแรกของผมและเธอช่างเป็นเดทที่น่ารักเราสองคนต่างหยอกล้อกันแบบหนุ่มสาว ก่อนที่ผมจะจากเธอไป ผมได้ขอเดินไปส่งเธอขึ้นรถกลับบ้าน ตอนนนั้นเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว ระหว่างทางเธอบอกผมว่าผมเป็นคนสนุกสนาน วันไหนว่างๆ มาเดทกันอีกนะ

ผ่านจากนั้นไปประมาณเดือนกว่าๆ ผมก็ยังติดต่อคุยกับเธอเป็นระยะ ความสัมพันธ์ของเรางอกเงยเป็นอย่างดีจนผมมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดเธออีกครั้ง แต่คราวนี้น้องดาเปลี่ยนไปเธอใจร้อนเป็นไฟ เธอไม่คุยกับผมเหมือนที่เคยเธอไม่ใช่น้องดาคนเดิมที่ผมรู้จัก ทุกคำพูด ทุกการกระทำของเธอทำให้ผมเจ็บปวด เธอตอกย้ำลงในจุดเดิมของผม จุดที่ผมเจ็บปวด เหมือนเธอรู้ว่าตรงไหนผมมีจุดอ่อน เธอรู้ดีว่าเธอจะทำอย่างไรให้ผมเจ็บและเธอก็ทำจริงๆ แถมยังทำได้เจ็บสุดๆด้วย ผมสาบานเลยว่าผมไม่เคยเจ็บปวดเพราะผู้หญิงได้ขนาดนี้ วาจาของเธอเชือดเฉือน เสียงหัวเราะของเธอที่เคยกังวาลก็กลายเป็นเสียงคำรามของมัจจุราช เธอยังเยาะผมว่าให้ทนหน่อยสิ เป็นลูกผู้ชายทนได้แค่นี้เองเหรอ ในที่สุดผมก็ร้องให้ น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาจากนัยตาของผม แต่ไม่มีวัน ไม่มีวันที่คุณจะได้ยินเสียงสะอื้นของผมหรอก   แต่เหมือนผมโดนกลั่นแกล้งน้องดาเะอทำกับผมได้เธอกดมันลงไปช้าๆ อย่างใจเย็น เลือดเย็น หึ....สาแก่ใจเธอผมร้องสะอื้นออกมา  สะใจเธอแล้วสิ  จากวันนั้นผมก็เข้าใจถึงความเจ็บปวดเป็นอย่างดี

ผมขับรถกลับห้อง ระหว่างทางผมได้รับ sms มาว่า ดาอยากให้ผมเข้าใจถึงความเจ็บปวดบ้างว่ามันเป็นอย่างไร ผมก็คิดไประหว่างทาง ตลอดเส้นทาง  สุดท้ายผมก็ sms กลับไปหาเธอว่าผมเข้าใจแล้ว

และในวันนี้ผมตัดสินใจกลับไปหาเะออีกครั้ง มันช่างเหมือนกับเพลงของ Room 39 ที่ว่า



"มันจึงเป็นความรักที่ไม่ถึงกับสุข เป็นความทุกข์ที่ไม่ถึงกับเศร้า เป็นความรักที่ทั้งซึ้งทั้งเหงาอยู่ด้วยกัน จึงเป็นความรักที่มาพร้อมความอึดอัด และเป็นความรักที่ไม่เคยเห็นภาพชัดๆ  สักวัน มีแค่ความรู้สึกครึ่งๆ กลางๆ ข้างในใจของฉันเพียง..... คนเดียว"




ผมกลับไปหาเธออีกครั้ง ในที่ๆเราเจอกันครั้งแรก เธอยืนยิ้มรอผมอยู่ที่หน้าประตูพร้อมกับต้อนรับผมด้วยคำพูดที่แสนจะคุ้นเคยว่า "จิตจันทร์ นวดแผนไทย สาขา 4 ยินดีต้อนรับคร่าาาาา"

เอ่อ  ท่านผู้อ่านครับ ผมขอตัวไปนวดก่อนนะครับ

website ของร้านนะครับ    http://www.jitjan.com/about_us.html

ว่างๆ ลองไปหาน้องดาได้นะครับ รับรองความหนักหน่วงครับ !!!!
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น