วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Cloud Computing on Mobile Phone


Cloud Computing on Mobile Phone
ผมบังเอิญได้ไปอ่านเจอบทความที่กล่าวถึง Backup Your Phone over the Air (BURP) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการเสริม (Values-Added Service) ทำให้ผมคิดไปถึงว่าว่าต่อไปนอกจาก Computer, Notebook, Tablet ต่อไปก็คงหนีไม่พ้น Mobile Phone อุปกรณ์ตัวที่เราใช้งานกันมานานนับหลายปีคงต้องมีการปรับเปลี่ยนโฉมกันยกใหญ่สักที

นิยามของ Cloud Computing
                ผมเข้าใจว่า Technology ของ Cloud คือการนำการให้บริการต่าง, ข้อมูลทั้งภาพ, เสียง, email, Software, Application และอื่นๆ ไปรวมไว้ที่ส่วนกลางแล้วให้ผู้ใช้งานทำการเชื่อมต่อเข้ามายังส่วนกลางโดยที่จะต้องทำการ Login เพื่อเข้ามาใช้งาน ประโยชน์ของ Cloud Computing คือ ประหยัดทรัพยากรเช่น Storage หรือค่า License ต่างๆ และการบริหารการจัดการที่เป็นศูนย์กลาง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์ notebook หรือ computer ที่ไม่จำเป็นจะต้องซื้อรุ่นที่มี spec สูงๆ 

ดีขนาดนี้แล้วทำไมเพิ่งมามีหล่ะ ?
                ก่อนอื่นนั้นจริงๆ แล้ว Cloud computing นั้นมีมานานแล้วแต่เป็นในรูปแบบที่เรายังเห็นได้ไม่ชัดเจน แต่เราเพิ่งจะเริ่มมองออกชัดเจนเมื่อตอน web 2 ได้เข้ามาครองโลก โดยส่วนตัวผมถือว่า Youtube, Facebook, Linkedin หรือ web 2 อื่นๆ นั้นผมถือว่าเป็น Cloud เหมือนกันแต่จะให้บริการในส่วนของ database เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่อีกส่วนที่สำคัญของ Cloud คือ Service, Software หรือ Application นั้นเพิ่งจะได้เริ่มจริงๆ จังๆ เมื่อไม่นานนี้เอง เพราะว่าติดในส่วนของ realtime connection และ hi-speed capacity จึงทำให้ cloud นั้นยังไม่แจ้งเกิดเต็มตัว  แต่ในทุกๆ วันนี้ทุกบ้านมี Hi-Speed internet เข้าถึงแล้วจึงเป็นจุดเริ่มต้นจริงจังของ Cloud Computing สักที

Cloud เกิดที่ไหน?
                Cloud เกิดทุกที่ ซึ่งจำเป็นต้องมี 3 บุพการีดังนี้
1.       คุณ Hi-Speed Internet    บ้านผมมี ADSL ที่ทำงานผมมี MPLS ร้านกาแฟของเพื่อนผมมี Wi-Fi
2.       คุณ Device                           ผมใช้ Notebook เพื่อนใช้ iPhone แฟนใช้ Galaxy Tab
3.       คุณ Content                        คุณ Facebook คุณ Youtube คุณ Webmail คุณ Internet TV

เมื่อทั้งสามท่านนี้มาเจอกัน และได้ตกลงยินยอมพร้อมใจกันแล้วก็จะทำให้เกิด Cloud ขึ้นมา ในอดีต Cloud
จะเกิดเมื่อสามท่านนี้ทำการปฎิสนธิกันในร่มเท่านั้น  ซึ่งการเกิด Cloud จึงยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง
เมื่อ Cloud ฉัดเกิด
                Could Computing เริ่มเป็นประเด็นดังในหลายๆ ที่ และก็มีหลายๆ บริษัทอยากทำ Cloud แต่ก็ไม่เกิดขึ้นจริงเพราะว่าไม่เข้าใจใน concept ของ cloud  จริงๆแล้ว cloud จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อ demand + supply และ marketing เข้ามาผนวกกันอย่างลงตัว อีกทั้ง cloud ยังต้องอาศัย bandwidth ที่มีคุณภาพ  ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Apple ประกาศว่าตัวเองจะทำ Cloud เพื่อให้ Apple Device ทุกๆ ตัวของ Apple สามารถ Sync ข้อมูลถึงกันได้ ที่ apple สามารถดัน cloud ให้เกิดขึ้นได้เพราะ Apple สามารถตอบสนองความต้องการในเรื่องเพลงได้เป็นอย่างดี เพราะ Apple จับมือกับสิลปินและค่ายเพลงเพื่อรองรับส่วนนี้อยู่แล้ว และ การตลาดของ Apple นั้นเน้นได้ถูกจุดคัน ทำให้ Cloud ของ Apple นั้นเกิดขึ้นมาได้  และทำให้การใช้งานของระบบ NGN นั้นมีการใช้งานสูงขึ้นอย่างอัศจรรย์จึงเป็นประโยชน์ต่อ บริษัทที่ขาย NGN (ผมเองนี่แหล่ะ 555)
                ปัญหาของผู้ที่อยากทำ Cloud จริงๆ แล้วนั้นเกิดขึ้นมาจากความไม่เข้าใจใน concept ของตัวเองมากกว่าว่าทำไปเพื่ออะไร ให้บริการอะไร แล้วจะได้ revenue ตรงไหน ซึ่งเป็นในส่วนของ marketing ผมจึงอยากให้ท่านๆ ที่อยากทำ Cloud Service คำนึงในส่วนนี้มากๆนะครับ

Cloud ในที่แจ้ง
                เหนียมอายกันมานาน จะเกิด Cloud ได้ก้ในที่ร่มเท่านั้น broadband access ได้ข้ามพ้นวิกฤตินั้นแล้ว หลังจากที่ถกเถียงกันมานานเราก็ได้ข้อสรุป 3G, LTE และ Wi-Fi outdoor มาทำให้หลุดพ้นพันธนาการนั้นเสียที ทุกท่านที่ใช้มือถือ, Tablet, Notebook ก็สามารถเข้าถึง Cloud ได้โดยผ่าน 3G, LTE หรือ Wi-Fi outdoor ทำให้ตอกย้ำได้ชัดเจนว่าในโลกยุคต่อไปจะเป็นโลกใน Cloud โดยแท้

แล้ว Cloud on Mobile Phone หล่ะ?
                ท่านลองจินตนาการถึงโทรศัพท์มือถือที่ไม่มี SIM สิ เมื่อเปิดเครื่องมาท่านก็ต้อง Login เข้ามือถือ และเข้าสู่โครงข่ายของผู้ให้บริการเจ้าที่ท่านเลือกใช้ เมื่อท่านเบื่อการให้บิรการของเจ้านี้ หรือโปรโมชั่นที่แสนแพง หรือ SMS ที่จุกจิก ท่านก็สามารถที่จะขอย้ายค่ายบริการหนีไปได้เลยโดยไม่ต้องถือ SIM ไปคืนที่ศูนย์บริการเพื่อขอเปลี่ยน SIM ใหม่ หรือว่าท่านจะเอาเบอร์บ้านของท่านมาใส่มือถือเพื่อให้ท่านใช้งานแบบ single no. ก็แสนจะสะดวก  หรือในวันไหนที่ท่านลืมเครื่องโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน ท่านก็เพียงขอยืมเครื่องของกิ๊กเพื่อมา Login เข้าระบบแล้วทุกอย่างที่ท่านมีในเครื่องของท่าน ไม่ว่าจะเป็น contact list, file ภาพ, clip vdo ก็จะพรั่งพรูมาจาก cloud ของผู้ให้บริการของท่าน และเพื่อจะให้ดียิ่งกว่านั้นท่านก็ไม่ต้องพึ่งพาเครือข่าย 3G หรือ LTE เมื่อท่านอยู่ที่บ้านก็สามารถใช้ Tablet เป็นมือถือได้ เมื่อท่าน login ผ่านระบบ wifi ในบ้านไปยัง website ของผู้ให้บริการเพื่อขอใช้ Tablet เป็น โทรศัพท์
                ถึงคราวนี้เจ้ามือถือของเราก็จะกลายเป็นแค่อดีตไปแล้ว Samsung เครื่องใหม่ Nokia เครื่องโปรด BB สุดรัก iPhone ที่เต็มไปด้วยรูปสวยๆ ก็จะกลายเป็นอดีตไป ระบบปฏิบัติการไดก็ไม่สำคัญ ขอเพียงท่านเข้ามาสู่ Cloud

แต่ก่อนใช้ขอให้ระวังให้ดี อาจจะมี Luzsec ใน cloud มาดักขโมยข้อมูลความลับของท่านไปได้ Luzsec อาจไม่ใช่ใครอื่นไกล อาจจะเป็นคนในบทความนี้ก็ได้

1 ความคิดเห็น: