วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554

คุณเคยมีเพื่อนแบบนี้บ้างไหม # เพื่อนชอบบิ้ว ( Dirty Version )

ผมเป็นคนเพื่อนเยอะ เพื่อนมากก็ลากผมไป ผมเป็นคนอัธยาศัยดี แต่เงินไม่ค่อยจะมี สรุปผมมีเพื่อนหลายกลุ่ม หลายประเภทพอจะแยกได้ตามสังเขปดังนี้

1. เพื่อนวัยเรียน...... เล่าไปแล้วในภาค 1

2. เพื่อนชอบบิ้ว
......ตรู๊ดๆๆๆ "โจ้ ไงมึง เย็นนี้เหงาไหมจ๊ะ อยากไปหาอะไรเย็นๆ ล้างคอไหม กูเลิกงานแล้วเหงามาก คิดถึงโจ้ทุกลมหายใจเลย อยากกอดโจ้จังเลย 555+ แสด กูแซวเล่น เออ กำลังขับรถอยู่ อืมม ส่งเมียเข้าบ้านแล้ว ทางโล่ง ให้สั่งเลยไหม อืมมม ได้ๆๆ เจอกันร้านเดิมนะ" 

......ตรู๊ดๆๆๆๆ "บักงัวมึงอยู่ไส !!! ฮ้วยอย่าอ่อนน้า มึงอย่าเฮ็ดโตเป็นผู้เฒ่าหลาย ไสบอกว่าเป็นศูนย์หน้าลงเป็นยิง ถืกกองหลังประกบซ่ำบ่คือสิออกมาบ่ได้ มาแหม่ะๆ ร้านเดิม กูถ้าอยู่กับโจโจ้ อืมได่ๆๆๆ นำมาเด้อสู"

.....ตรู๊ดๆๆๆๆ "กวางมูส ทำอะไรอยู่เหรอ สนใจไปเปรี้ยวไหม สาวๆ หลายคักเด้อ อืมม เสี่ยแต้กก็ไป โจโจ้ จัด match กลาง week หน่อยน้า ไปหาเพลงเพราะๆ ฟังกัน 555+ เออได้ๆๆ ร้านเดิมเด้ออ..."

.....ตรู๊ดๆๆๆๆๆ "บ๊อบบี้ ตีสนุ้กอยู่เหรอ อืมม ผมกับโจ้กับแต้กและเบ้ง พร้อมแล้วนะ คืนนี้จัดหนักๆ หืมม อะไรนะ ต้องไปช่วยเมียเก็บร้าน เอาๆๆ ได้เก็บเสร็จแล้วส่งเมีย ชงนมให้ดูด ร้องเพลงกล่อมแล้วตามมานะ"

.....ตรู๊ดๆๆๆๆ "เหี้ยแว่น สัด ควย เย็ดแม่ง คิดถึงมึงหว่ะ 555+  เออ คืนนี้เค้าแดกเหล้า อืมม ชั่ยๆๆ ที่ neverland แหล่ะ  เออแม่งคราวที่แล้วเด็กแม่งติดมึง แต่แม่งเหี้ย มาของเงินค่าแท๊กซี่กับกู เย็ด.... แล้วเด็กกูนะเหี้ยมาก สัดทำประชดกูไปนัวกับไอ้แต้กซะงั้น เย็ดจริงๆ เออ รีบๆ ออกมานะ บางทีจบ neverland แล้วเด๋วไปต่อ wip เออ ตามมาๆๆ"

.....ตรู๊ดๆๆๆๆๆ "ตะเองเหรอ อืมม เค้าเกือบถึงห้องแล้วหล่ะ เหนื้อยเหยื่อย เมื่อกี้ที่ทำงานก็โทรมาถตามงาน วันนี้แม่ทะเลาะกับน้องอีกต้องเคลียให้เค้าหล่ะปวดหัว อืมม ถึงห้องแล้วจะโทรหานะ รถก็ติดมากๆ เลย เดี๋ยววันนี้จะกลับไปดูพราย แต่เหนื่อยเหลือเกินอ่ะ เหมือนจะเป็นไข้ด้วย อืมๆๆ แค่นี้ก่อนนะ เด๋วโทรหาค่ะ"

.....ตรู๊ดๆๆๆๆ "ตะเอง เค้าถึงห้องแล้วหล่ะ กินไทลินนอลไปกับยาแก้แพ้ อ่ะ เหมือนจะแพ้อากาศ อืมม ค่ะๆๆ รักตะเองนะ ไม่ไหวจริงๆ อืมม ชั่ยๆๆ ตอนนี้ดูพรายอยู่ ได้ยินเสียงทีวีใช่ไหม อืมมๆๆ พรายแย่เนอะ นิสัยไม่ดี อืมม ตะเองเค้าปวกหัวอ่ะ พรุ่งนี้ต้องประชุมเช้าด้วย อืมมตะเองปลุกเค้าด้วยนะ เค้าต้องตื่น 7 โมงอ้ะ  ตะเองเค้ารักตะเองนะ อย่าลืมสวดมนต์ก่อนนอนด้วย ค่ะๆๆๆ เค้านอนก่อนนะ ฝันดีที่รัก"

.....ตรู๊ดๆๆๆๆๆ "แสรด เย็ดเขร้ อยู่ไหนละมึง เออๆๆ กูส่งเมียเข้านอนแล้ว เออ ได้ๆๆ ไอ้พีจะตามมาชะมะ เอออยู่ที่ร้านแล้วอืมมเจอกันๆๆ กูแต่งตัวเสร็จแล้ว"

ตึ้ง!!!!!!......


บรื้น ๆๆๆ บรื้นนนนนนน !!!!!.......
เพื่อนโจ้
เพื่อนแต้ก

เพื่อนกวางมูส

เพื่อนบ๊อบบี้

เพื่อนแว่น
เพื่อนบิ้ว   

ตอนต่อไปพบกับ >>เพื่อนชอบชิ่ง<<

คุณเคยมีเพื่อนแบบนี้บ้างไหม ภาค 1 Clean Version

ผมเป็นคนเพื่อนเยอะ เพื่อนมากก็ลากผมไป ผมเป็นคนอัธยาศัยดี แต่เงินไม่ค่อยจะมี สรุปผมมีเพื่อนหลายกลุ่ม หลายประเภทพอจะแยกได้ตามสังเขปดังนี้

1. เพื่อนวัยเรียน เช่น เพื่อนอนุบาล ผมจำชื่อได้คนเดียวคือไอ้เดฟ บ้านมันอยู่หน้า รพ. อุทัยธานี นอกนั้นจำอะไรไม่ได้ เพื่อนประถมผมเรียนประถมอยู่ 2 ที่เพื่อน ป. 1 ของผมที่จำกันได้และยังติดต่อกันคือไอ้นุ้ย และไอ้เบิร์ด ส่วนไอ้อ๊อฟเป็นเพื่อนตอน ป.4 อ้อและไอ้นัท ต่อมาจะเป็นเพื่อนมัธยม ผมยังติดต่อกับเพื่อนมัธยมอยู่เยอะมากไม่ขอเอ่ยนามละกัน ต่อมาก็เพื่อนมหาลัยนี่ก็ยังติดต่อกันเยอะ เนื่องจากผมการศึกษาน้อย จบแค่ปริญญาตรี เลยทำให้ผมไม่มีเพื่อน ปริญญาโทและเอกตามลำดับ จึงของจบในส่วนของเพื่อนวัยเรียนไว้เท่านี้

Hint!!! ถ้าเป็นเพื่อนสนิทกันจริงจะต้องจำชื่อพ่อชื่อแม่มันได้ เช่นแม่ของอ๊อฟ ชื่อ....(ไม่ขอเอ่ยนาม) และในทุกๆครั้งที่เรียกชื่อพ่อหรือแม่แทนตัวเพื่อน เพื่อนที่โดนเรียกจะเดือดดาลเป็นไฟ

ตัวอย่างเช่น ผมเขียนจดหมายจ่าหน้าซองแล้วส่งไปหาอ๊อฟ  ผู้รับจดหมายเป็นแม่อ๊อฟ หลังจากได้รับจดหมายแล้วแม่อ๊อฟบอกให้อ๊อฟเลิกคบกับผมเพราะผมหยาบคาย ผมจ่าหน้าซองไปว่า

                                   ถึง

                                          ลูกอี xxxxx
                                          บ้านเลขที่  ......
                                          จังหวัด
                                           รหัสไปรษณีย์

แล้วเป็นคุณหล่ะ คุณจะโกรธไหม 
 
เพื่อนประถมเบิร์ด Facebook Boky Birdy Dody
เพื่อนประถมนุ้ย Facebook Natchanon Yuchangkul


เพื่อนประถมอ๊อฟ ผู้น่าสงสาร Facebook Cmbrutalhead PhakPhoom

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

มารวยด้วย Facebook กันเถอะ # ภาค 3 ศรีทนพบทางสว่าง

ความเดิมจากตอนที่แล้ว ศรีทน เบื่อ รับไม่ได้ ไม่อยากทำ ไม่เข้าใจ ทำไมขายของไม่ได้ แล้วทำไมคนอื่นขายได้ แล้วทำไมไม่มีแฟน แล้วทำไมต้อง vote no แล้วทำไมต้องแย่งเขาพระวิหารกัน แล้วทำไม ทำไม ทำไม...หลายๆ คำถามวนเวียนอยู่ในหัวน้อยๆ ของน้องศรีทน เหมือนมีบางคนกำลังยิง DDOS เข้าใส่ น้องศรีทนไม่หนีปัญหา แต่น้องศรีทนเลือกดื่มให้ลืมปัญหา  555... that the way you are ......

โทรหาพี่นิว ชวนพี่นิวเที่ยว อยากเปรี้ยวกับพี่นิว อยาก...กับพี่นิว  อ้าาาาา ..... ไม่ไหวแล้วๆๆๆๆๆ

สรุปคืนนั้นศรีทนเมามากขนาดหมาลากไปเลย และตอนหกโมงเช้า ศรีทนเดินออกจาก WIP ด้วยสภาพร่างกายที่ยับเยิน ไม่รู้ว่าอ้วกใคร เหล้าใครหกใส่รองเท้าบ้าง ลิปติกฝีบากบนกับลากคนละสี กลิ่นบุหรี่เต็มตัว แต่ยังดีศรีทนมีสติ ประคองเพื่อนลงไปใต้ตึก Liberty ได้ 2 คน แต่ต้องจำหน่ายออกไป 2 คนเพราะว่ามันโดนลากไปทางไหนก็ไม่รู้ อิเพื่อนเกย์พวกนี้เมาทีไรหายไปกับผู้ชายทุกที แว่น Oklay สีดำทำให้สีทนสามารถมองถนนและขับรถออกมาจากใต้ตึกได้ แต่เอ๊ะนี่มันแว่นของใครนะ ศรีทนสงสัยแต่ก็ไม่เป็นไรใส่ไว้ก่อนไม่งั้นไม่ไหวแน่ พอตัวรถหลุดจากใต้ตึกได้เท่านั้นแหล่ะ  โอว์ ในที่สุดศรีทนก็ได้พบทางสว่าง

นี่แหล่ะทางสว่างของชั้น แสงสว่างยามรุ่งอรุณที่ชั้นรอ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันรู้แล้ววว!!!! 



                                                     เมาเพราะเพลงนี้แหล่ะค่ะ!!!!!


 


โปรดติดตามต่อตอนที่ 4

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

มารวยด้วย Facebook กันเถอะ # ภาค 2 ศรีทนรวยหรือยัง ?

ความเดิมจากตอนที่แล้ว ศรีทนเป็นคนศรีสะเกษ เทอเบื่องานประจำอยากทำงานเสริม เบื่อชีวิตเดิมๆอยากเพิ่มรายได้ .....

ศรีทนเปิดร้าน

ในวันเสาร์เพลาประมาณ 10.00 น. ศรีทนขับรถตรงดิ่งไปยังศูนย์ค้าส่งเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย "ประตูน้ำ" เธอลงทุนเสื้อเสื้อผ้าผู้หญิงคละๆกันไปจำนวนนึง และเลยต่อไปยัง "สำเพ็ง" เพื่อเหมาเครื่องประดับมาเป็น Option ให้แลดูมีสินค้าหลากหลาย จากนั้นเธอแวะไป "ฟอร์จูน" ใช้บัตรเครดิตรูดกล้องตัวใหม่อีก 1 ตัว  ศิริรวมวันนั้นศรีทนลงทุนไป 2 หมื่นกว่าๆ เธอยิ้มเยาะในใจพลางคิดไปว่ากลับไปถึงห้องเมื่อไรจะสร้าง fanpage แล้วจะได้เริ่มเปิดร้านเสียที  แต่เอ๊ะ ไม่ได้ๆ เราต้องไปบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสียก่อน งั้นไปไหว้พระพิฆเณศขอพรก่อนดีกว่า จากนั้นศรีทนกลับถึงบ้านบรรจงจัดเสื้อผ้าให้สวยงามแล้วก็ถ่ายรูป แช๊ะ ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วก็ทำ fanpage upload รูปเข้าไป ตั้งชื่อ fanpage ว่า "ร้านศรีสดใสวัยทีนเอจ" แนะๆ ๆ ชื่อร้านกับหน้าตามันช่างเข้า concept เสียนี่กระไรแล้วจากนั้น ก็ tagๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพื่อนเข้าร้านเราไง  วู้ๆๆๆๆ พรุ่งนี้เข้ารอรับ order วันนี้พอแค่นี้นอนดีกว่า ศรีทนเดินไปหยิบวิต้าพรุนสกัดยกซดโฮก แล้วก็นอนหลับพร้อมคิดไปต่างๆนาๆว่าถ้าสินค้าหมดเร็วจะทำยังไง วันพุธนี้จะว่างไปเอาของเพิ่มใหม่ เรื่องการโอนเงินจะทำยังไงเปิดบัญชีเพิ่มดีไหม หรือถ้าลูกค้าอยู่ต่างประเทศจะส่งของยังไงบวกค่าส่งเท่าไรดี แล้วกำไรที่ได้มาจะเอาไปทำอะไร ..........จากนั้นก็เผลอหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก

วันแรกของร้าน "ศรีสดใสวัยทีนเอจ"

เช้าวันอาทิตย์นี้จะมีเสื้อผ้าหลุดไปกี่ตัว รีบๆสั่งเข้ามนาช่วงเช้านะบ่ายนี้จะได้ออกไปส่งของ คิดไปพลางก็กด add friends ไปพลาง อืมมตอนนี้ร้านเรามีเพื่อนร้อยกว่าคนแล้ว เอ๊ะ นี่ facebook ของพี่นิวนี่นา ขอ add หน่อยดีกว่า อิอิ  เอาละ add พี่นิวไปแล้ว ทักทายแกหน่อยดีกว่า 

"พี่นิวๆ  น้องจะทำ Fanpage บน facebook กะจะขายเสื้อผ้าอ่ะคะ พี่นิวอย่าลืมกดรับให้น้องด้วยนะคะ" 

จากปากศรีทน "พี่นิวถือว่าเป็น idol ทาง internet ของหลายๆคนเลยค่ะ พี่เค้ามีทั้ง blog Daily Review ที่มีสาระความรู้ ทั้ง video blog ของ kenny sisaket สุดฮา มี group สุดเจ๋งอย่าง creativity base on imaginary พี่เค้ามีครบจริงๆ"

ว่าแล้วน้องศรีทนก็กด add friends อย่างตั้งใจและมุ่งมั่น 

_____________________________________________________________________
สรุปยอดขาย วันที่ 1 
ขายได้ : 0
โทรสอบถาม : 2


วันเวลาผ่านไป 

ร้านศรีสดใสวัยทีนเอจ 
1. เปิดร้านมาเป็นเวลา 2 เดือน 17 วัน
2. ร้านมีเพื่อนทั้งหมด 113 คนและลดลงทุกๆวัน
3. บอดขายเสื้อ 3 ตัว dress 2 ตัว 
4. ลูกค้าคือเพื่อนที่ทำงานที่สนิทกัน
5. โทรสอบถาม 7 ครั้ง
6. มีร้านอื่นขายสินค้าเหมือนกัน เท่าที่เห็น 14 ร้าน
7. ขายถูกว่า 3 ร้าน
8. สรุปยอดขาย 970 บาท
9. สินค้าค้าง stock 97%
10. หนี้สินที่ติดค้าง ค่าผ่อนกล้องเดือนละ 2,000 บาท 8 เดือน
11. เพื่อนของศรีทนเปิดร้านประเภทเดียวกัน และขอให้ศรีทนรับ add ร้าน
12. ศรีทนกลับไปตั้งใจทำงาน
13. แต่ศรีทนยังเล่น Facebook และสั่งซื้อเสื้อของ Sleeping Pills เหมือนเดิม

Sleeping Pills

เย็นวันศุกร์ศรีทนและกลุ่มเพื่อนๆนัดกันว่าจะไปเที่ยวที่ Flix RCA แต่นัดทานข้าวกันก่อนที่ร้านอร่อยแน่นอน ในกลุ่มเพื่อนได้คุยกันและถามถึงเรื่องงาน เรื่องการเลือกตั้งว่าจะเลือกใครดี ใครจะมาเป็นายก ได้มีเพื่อนคนนึงถามถึงร้านของศรีทน "เฮ้ยร้านมึงเป็นไงบ้างวะ รวยใหญ่แล้วสิมึง" ศรีทนตอบกลับไปว่า "กูเลิกทำร้านแม่งแล้ว ขายไม่ได้เลยเสียเวลาซะเปล่า"  ว่าแล้วก็ยกเบียร์ขึ้นมาซดโฮก พลางคิดถึงพี่นิว เอพี่นิวทำงานอยู่ใน RCA นี่นาชวนพี่เค้ามาเที่ยวด้วยดีกว่า ว่าแล้วก็กดโทรศัพท์หาเลย ตู๊ดๆ ตู๊ดๆ 

ศรีทน      "พี่นิวๆ ไปเที่ยว Flix ด้วยกันไหมค๊ะ"
พี่นิว        "ไม่ไหวหว่ะน้อง พี่แก่แล้ว ขอบายดีกว่า"
ศรีทน      "ค่ะพี่ อืมม พี่หนูปิดร้านไปแล้วนะคะ ขายไม่ได้เลยอ่ะพี่"
พี่นิว        "เอ้าเหรอ ทำไมหล่ะ ปิดเร็วจัง"
ศรีทน      "ก็ขายไม่ได้เลยอ่ะพี่ 555+  เยียดเปียด จิงๆ"
พี่นิว        "อืมมมม  .....  เอางี้ๆๆ พี่ไป Flix ด้วยก็ได้" 
              "แล้วเด๋วพี่จะเล่าให้ฟังว่าทำไมน้องศรีถึงปิดร้าน"
ศรีทน      "จริงอ่ะพี่....ดีเลยๆๆ เดี๋ยวน้องเลี้ยงเหล้าพี่เอง"
พี่นิว        "ไม่เป็นไรๆ TC ดีกว่าน้อง"
ศรีทน      "ค่ะๆๆ พี่ TC ก็ได้ค่ะ"

พี่นิว ที่พึ่งทางจิตรวิญาณของน้องๆ


:: ศรีทนไม่สนใจร้านแล้ว แม่งขายไม่ได้ขายไม่ออก แต่ศรีอยากรู้ว่าทำไมขายไม่ออกทั้งๆที่ก็ทำตาม step หมดทุกอย่างแล้ว อย่างนี้ต้องถามพี่นิว  ติดตามต่อตอน 3 ครับ ตอนนี้ขอพี่นิวไปกินเหล้าก่อนนะครับ  เยียดเปียด!! ::


 


มารวยด้วย Facebook กันเถอะ

"พี่นิวๆ  น้องจะทำ Fanpage บน facebook กะจะขายเสื้อผ้าอ่ะคะ พี่นิวอย่าลืมกดรับให้น้องด้วยนะคะ"

หลายๆคนอยากเริ่มธุรกิจ ไม่อยากทำงานประจำ อยากหารายได้เสริม แต่ไม่อยากลงทุนสูงๆ แล้วจะทำยังไงกันดี ?

เชื่อผมเถอะว่าคนไทยชอบเกาะกระแส ไม่ว่าจะเป็น planking ขนาดพระยัง Planking เลย เลยมีการสร้างกระแสโดยการเกาะกระแส เช่นพับเพียบไทย แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ เณรหน้าแฉล้มมานั่งพับเพียบ ทำให้เจ้ากลุ่มคนสร้างพับเพียบไทยต้องรีบมาประกาศออกตัวกันซะยกใหญ่  ทำให้ผมเชื่อว่าคนไทยเป็นชนเชื้อชาติที่ถ้ามีโรคติดต่อทาง Facebook คงจะระบาดอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก และผมคงเป็นคนแรกๆ ที่ติดเชื้อนั้น

วิศวกรหนุ่มเครียดจัดเนื่องจากบัญหาทางการเงิน กระทำการอุกอาจ Planking บนท้ายรถ 



กระแสค้าขายผ่าน net

e-commerce คำนี้ได้ยินกันมานานแล้ว หลายๆรัฐบาล พยายามผลักดันให้เกิดขึ้น แต่ก็ไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างได้ซะที  จนมาถึงวันนี้ทุกครอบครัวในประเทศไทยมี facebook เป็นของตัวเอง กลางวันทำงานกับสังคมจริงๆ ตกเย็นมากลับบ้านเข้าสังคมออนไลน์ หรืออย่างหลายๆ ท่านอยู่สองสังคมพร้อมกันเลย เมื่อมีสังคม มีชุมชนเกิดขึ้นแน่นอนการค้าขายก็ต้องเกิดขึ้นตามไปด้วย

เบื่องานประจำอยากทำงานเสริม

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวละครเอกของเรื่องนี้ก่อนครับเธอมีชื่อว่า "ศรีทน" สาวชาวศรีสะเกษบ้านเดียวกับผู้เขียน ด้วยวัย 25 ปี ศรีทนทำงานเป็น ae อยู่ที่บริษัทด้านการสื่อสารบนถนนรัชดา ทุกเช้ามาศรีทนต้องฝ่าด่านรถติดเข้าทำงานเวลา 8.30 และทุกๆวันที่ 25 ศรีทนจะได้รับเงินเดือนประมาณ 2 หมื่นกว่าๆ พร้อมค่าน้ำมันประมาณ 5000 บาทและค่าโทรศัพท์ 600 บาทซึ่งทางบริษัทของศรีมีสวัสดิการลดค่า inetnet ของที่บ้านให้ครึ่งนึง ลองมาฟังความรู้สึกของศรีทนกันนะครับ
 
"ศรีขี้เกียจตื่นเช้า แต่ถ้าสายศรีก็ต้องเจอรถติดแล้วพี่ก็รู้ว่ารัชดารถติดมหาโหดแค่ไหน ส่วนเรื่องงาน เจ้านายของศรีจู้จี้มากๆค่ะ จะให้ทำ account profile อย่างเดียวเลย แถมยังเจอเรื่องระบบงานที่ยุ่งยากอีก เอกสารงี้เป็นตับๆเลย ใจจริงศรีอยากนั่งชิลจิบชายามบ่ายสบายใจ แต่ศรียังต้องใช้เงินเลี้ยงปากท้อง พนักงานประจำตัวน้อยๆ อย่างศรีจะทำยังไงดี บังเอิญพอดีศรีชอบซื้อเสื้อผ้า เลยพาลให้คิดว่าอืม เสื้อผ้านี่ปัจจัย 4 ยังไงก็ขายได้อยู่แล้ว เปิดร้านซะเลยดีไหม ? แต่....ไม่ไหวค่ะ เปิดร้านมาเจอค่ามัดจำที่ ค่าเช่า ไหนจะต้องหาทำเลอีก ไหนจะต้องไปเฝ้าร้านอีก ลงทุนทั้งนั้น พนักงานประจำรับบ่ได้ๆ   แต่อีกใจก็ศรีก็ไม่ไหวกับงานประจำจริงๆทำมากี่ปีแล้วเงินเดือนขึ้นน้อยกว่าดอกเบี้ยเสียอีก  ทำไงดี เบื่อ เซ็ง เครียด เล่น facebook ดีกว่า 555+    ไหนๆ ดูเพื่อนๆเราดิว่าทำอะไรกันอยู่"

น้องศรีทน

ขณะที่น้องศรีของเราเล่น facebook อยู่นั้น พลันตาเหลือบไปเห็น sleeping pills collection ใหม่ถ่ายรูปลงใน facebook "อืมมสวยดีๆ  ไปดูซะหน่อยสิว่าราคาเท่าไร อืมมตัวนี้ไม่แพงๆ จดรหัสไว้เดี๋ยวเย็นนี้โทรไปสอยเลยดีกว่า" ว่าพลางศรีก็หยิบปากกาจดตัวเลขยุกๆ ยิกๆลงกระดาษ 

ตกเย็นวันนั้นน้องศรีกลับบ้าน แล้วยกหูโทรหาร้านแล้วก็สั่งๆๆๆ  "เรียบร้อยละ 55+ ได้ชุดใหม่ใส่ไป wine ilove you ที่ CDC แล้ว 3,000 บาทถือว่าไม่แพง ไม่ต้องเหนื่อยนั่งรถไปสยามด้วย แหม่ๆๆ โลกของ internet นี่มันดีจริงๆ"

"อุ๊บ!!!! ตายหะละ เสียเงินโดยไม่รู้ตัวซะละกรู  อยู่ดีๆ 3,000 ก็ลอยไปตามลม โอว์หมดตัวอีกแล้ว แถมเป็นเงินสดซะอีก ถ้าเป็นบัตรยังดีจ่ายขั้นต่ำเอาก็ได้ แล้วอย่างนี้ศรีจะกินอะไร  เดือนนี้ศรีไม่มีแหลกอีกแล้ว"

ศรีพบทางสว่าง

"เยียดเปียด!!!" ศรีทนอุทานพร้อมทั้งตบหัวเข่าดังฉาด "เราขายเสื้อผ้าบน Facebook ได้นี่ ไม่ต้องลงทุนค่าเช่าที่ ไม่ต้อง stock ของมาก ไม่ต้องไปเฝ้าร้าน แค่เราสร้าง Fanpage บน Facebook เราก็มีร้านของเราเองได้แล้ว อุว๊ะ มันช่างง่ายอะไรเสียนี่กระไร ฝันของศรีจะเป็นจริงแล้ว ศรีจะได้จิบชายามบ่ายแล้ว ไม่ต้องเป็นพนักงานอีกต่อไป ต่อไปศรีจะ deal งานผ่าน Facebook ไปเมืองนอก ขายเสื้อผ้าให้จาไมก้า ทำให้ชาวต่างชาติรู้จักคนไทยประเทศไทย ศรีรักเด็ก ศรีเป็นนางงาม ศรีจะรวย จะถอย audi TT ได้แล้ว ศรีจะมียร์อชเป็นของตัวเอง ขอบคุณที่ศรีมีวันนี้ ศรีรัก facebook"


:: คนเขียน blog เหนื่อยขับรถทั้งวัน รบกวนคนอ่านติดตามต่อวันพรุ่งนี้นะครับ คอยดูเรื่องราวของศรีต่อเด้อ :::

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Cloud Computing on Mobile Phone


Cloud Computing on Mobile Phone
ผมบังเอิญได้ไปอ่านเจอบทความที่กล่าวถึง Backup Your Phone over the Air (BURP) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการเสริม (Values-Added Service) ทำให้ผมคิดไปถึงว่าว่าต่อไปนอกจาก Computer, Notebook, Tablet ต่อไปก็คงหนีไม่พ้น Mobile Phone อุปกรณ์ตัวที่เราใช้งานกันมานานนับหลายปีคงต้องมีการปรับเปลี่ยนโฉมกันยกใหญ่สักที

นิยามของ Cloud Computing
                ผมเข้าใจว่า Technology ของ Cloud คือการนำการให้บริการต่าง, ข้อมูลทั้งภาพ, เสียง, email, Software, Application และอื่นๆ ไปรวมไว้ที่ส่วนกลางแล้วให้ผู้ใช้งานทำการเชื่อมต่อเข้ามายังส่วนกลางโดยที่จะต้องทำการ Login เพื่อเข้ามาใช้งาน ประโยชน์ของ Cloud Computing คือ ประหยัดทรัพยากรเช่น Storage หรือค่า License ต่างๆ และการบริหารการจัดการที่เป็นศูนย์กลาง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์ notebook หรือ computer ที่ไม่จำเป็นจะต้องซื้อรุ่นที่มี spec สูงๆ 

ดีขนาดนี้แล้วทำไมเพิ่งมามีหล่ะ ?
                ก่อนอื่นนั้นจริงๆ แล้ว Cloud computing นั้นมีมานานแล้วแต่เป็นในรูปแบบที่เรายังเห็นได้ไม่ชัดเจน แต่เราเพิ่งจะเริ่มมองออกชัดเจนเมื่อตอน web 2 ได้เข้ามาครองโลก โดยส่วนตัวผมถือว่า Youtube, Facebook, Linkedin หรือ web 2 อื่นๆ นั้นผมถือว่าเป็น Cloud เหมือนกันแต่จะให้บริการในส่วนของ database เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่อีกส่วนที่สำคัญของ Cloud คือ Service, Software หรือ Application นั้นเพิ่งจะได้เริ่มจริงๆ จังๆ เมื่อไม่นานนี้เอง เพราะว่าติดในส่วนของ realtime connection และ hi-speed capacity จึงทำให้ cloud นั้นยังไม่แจ้งเกิดเต็มตัว  แต่ในทุกๆ วันนี้ทุกบ้านมี Hi-Speed internet เข้าถึงแล้วจึงเป็นจุดเริ่มต้นจริงจังของ Cloud Computing สักที

Cloud เกิดที่ไหน?
                Cloud เกิดทุกที่ ซึ่งจำเป็นต้องมี 3 บุพการีดังนี้
1.       คุณ Hi-Speed Internet    บ้านผมมี ADSL ที่ทำงานผมมี MPLS ร้านกาแฟของเพื่อนผมมี Wi-Fi
2.       คุณ Device                           ผมใช้ Notebook เพื่อนใช้ iPhone แฟนใช้ Galaxy Tab
3.       คุณ Content                        คุณ Facebook คุณ Youtube คุณ Webmail คุณ Internet TV

เมื่อทั้งสามท่านนี้มาเจอกัน และได้ตกลงยินยอมพร้อมใจกันแล้วก็จะทำให้เกิด Cloud ขึ้นมา ในอดีต Cloud
จะเกิดเมื่อสามท่านนี้ทำการปฎิสนธิกันในร่มเท่านั้น  ซึ่งการเกิด Cloud จึงยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง
เมื่อ Cloud ฉัดเกิด
                Could Computing เริ่มเป็นประเด็นดังในหลายๆ ที่ และก็มีหลายๆ บริษัทอยากทำ Cloud แต่ก็ไม่เกิดขึ้นจริงเพราะว่าไม่เข้าใจใน concept ของ cloud  จริงๆแล้ว cloud จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อ demand + supply และ marketing เข้ามาผนวกกันอย่างลงตัว อีกทั้ง cloud ยังต้องอาศัย bandwidth ที่มีคุณภาพ  ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Apple ประกาศว่าตัวเองจะทำ Cloud เพื่อให้ Apple Device ทุกๆ ตัวของ Apple สามารถ Sync ข้อมูลถึงกันได้ ที่ apple สามารถดัน cloud ให้เกิดขึ้นได้เพราะ Apple สามารถตอบสนองความต้องการในเรื่องเพลงได้เป็นอย่างดี เพราะ Apple จับมือกับสิลปินและค่ายเพลงเพื่อรองรับส่วนนี้อยู่แล้ว และ การตลาดของ Apple นั้นเน้นได้ถูกจุดคัน ทำให้ Cloud ของ Apple นั้นเกิดขึ้นมาได้  และทำให้การใช้งานของระบบ NGN นั้นมีการใช้งานสูงขึ้นอย่างอัศจรรย์จึงเป็นประโยชน์ต่อ บริษัทที่ขาย NGN (ผมเองนี่แหล่ะ 555)
                ปัญหาของผู้ที่อยากทำ Cloud จริงๆ แล้วนั้นเกิดขึ้นมาจากความไม่เข้าใจใน concept ของตัวเองมากกว่าว่าทำไปเพื่ออะไร ให้บริการอะไร แล้วจะได้ revenue ตรงไหน ซึ่งเป็นในส่วนของ marketing ผมจึงอยากให้ท่านๆ ที่อยากทำ Cloud Service คำนึงในส่วนนี้มากๆนะครับ

Cloud ในที่แจ้ง
                เหนียมอายกันมานาน จะเกิด Cloud ได้ก้ในที่ร่มเท่านั้น broadband access ได้ข้ามพ้นวิกฤตินั้นแล้ว หลังจากที่ถกเถียงกันมานานเราก็ได้ข้อสรุป 3G, LTE และ Wi-Fi outdoor มาทำให้หลุดพ้นพันธนาการนั้นเสียที ทุกท่านที่ใช้มือถือ, Tablet, Notebook ก็สามารถเข้าถึง Cloud ได้โดยผ่าน 3G, LTE หรือ Wi-Fi outdoor ทำให้ตอกย้ำได้ชัดเจนว่าในโลกยุคต่อไปจะเป็นโลกใน Cloud โดยแท้

แล้ว Cloud on Mobile Phone หล่ะ?
                ท่านลองจินตนาการถึงโทรศัพท์มือถือที่ไม่มี SIM สิ เมื่อเปิดเครื่องมาท่านก็ต้อง Login เข้ามือถือ และเข้าสู่โครงข่ายของผู้ให้บริการเจ้าที่ท่านเลือกใช้ เมื่อท่านเบื่อการให้บิรการของเจ้านี้ หรือโปรโมชั่นที่แสนแพง หรือ SMS ที่จุกจิก ท่านก็สามารถที่จะขอย้ายค่ายบริการหนีไปได้เลยโดยไม่ต้องถือ SIM ไปคืนที่ศูนย์บริการเพื่อขอเปลี่ยน SIM ใหม่ หรือว่าท่านจะเอาเบอร์บ้านของท่านมาใส่มือถือเพื่อให้ท่านใช้งานแบบ single no. ก็แสนจะสะดวก  หรือในวันไหนที่ท่านลืมเครื่องโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน ท่านก็เพียงขอยืมเครื่องของกิ๊กเพื่อมา Login เข้าระบบแล้วทุกอย่างที่ท่านมีในเครื่องของท่าน ไม่ว่าจะเป็น contact list, file ภาพ, clip vdo ก็จะพรั่งพรูมาจาก cloud ของผู้ให้บริการของท่าน และเพื่อจะให้ดียิ่งกว่านั้นท่านก็ไม่ต้องพึ่งพาเครือข่าย 3G หรือ LTE เมื่อท่านอยู่ที่บ้านก็สามารถใช้ Tablet เป็นมือถือได้ เมื่อท่าน login ผ่านระบบ wifi ในบ้านไปยัง website ของผู้ให้บริการเพื่อขอใช้ Tablet เป็น โทรศัพท์
                ถึงคราวนี้เจ้ามือถือของเราก็จะกลายเป็นแค่อดีตไปแล้ว Samsung เครื่องใหม่ Nokia เครื่องโปรด BB สุดรัก iPhone ที่เต็มไปด้วยรูปสวยๆ ก็จะกลายเป็นอดีตไป ระบบปฏิบัติการไดก็ไม่สำคัญ ขอเพียงท่านเข้ามาสู่ Cloud

แต่ก่อนใช้ขอให้ระวังให้ดี อาจจะมี Luzsec ใน cloud มาดักขโมยข้อมูลความลับของท่านไปได้ Luzsec อาจไม่ใช่ใครอื่นไกล อาจจะเป็นคนในบทความนี้ก็ได้