วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

EE6


ผลงาน Electro 71 เพลงคัดสรรค์มาเป็นอย่างดีจาก 4S ครับท่าน

EE6 Part1

EE6 Part2

EE6 Part3

EE6 Part4

Merry Christmas Der

วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สรุปข่าวปี 2011 จะปีใหม่แล้ว อะไรก็ได้ง่ายๆ ละกัน

ตอนแรกกะว่าจะเขียนอะไรยากๆ  แต่คิดไปคิดมาแล้วเครียดเลยเขียนอะไรง่ายๆ ดีกว่า
สิ้นปีนี้เป็นสิ้นปีที่เครียดมากๆ สำหรับตัวผมเองและคนไทยทุกๆคน ไม่ว่าจะปัญหาต่างๆที่ประดังเข้ามา
ขอให้ทุกๆท่านผ่านมันไปได้ด้วยดีไม่ต้องมีการฉีกสัญญา หรือขึ้นเวทีแล้วร้องเพลงด่าต้นสังกัดเดิมละกัน ปีนี้หนาวแต่หลายๆ คนบอกมาว่าหนาวใช่ว่าดี  หนาวเพราะโลกมันเพี้ยนไปตากหาก ผมก็คิดไปว่าคนเราก็เพี้ยนไปมาก หากหนาวหน่อยเพราะโลกเพี้ยนผมก็ยอม

จากทุกๆสำนักข่าว เป็นธรรมเนียมไปแล้วว่า เมื่อสิ้นปีแล้ว ก็จะมาสรุปข่าวประจำปี สำนักข่าวของผมก็ไม่ยอมน้อยหน้า ผมก็ขอสรุปข่าวรอบปี ด้วยข่าว อะไรก็ได้ง่ายๆ ละกัน




ดูข่าวง่ายๆ คนไทยหลังจากมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแล้วนั้น มีการเปลี่ยนแปลงหลายต่อหลายครั้ง เกิดจากฝ่ายค้าน และรัฐบาล ที่เถียงๆ กันเอาเป็นเอาตาย คนไทยเริ่มเกิดความเบื่อหน่าย ต้องหาที่พึ่งทางจิตรใจ แล้วท่านก็มา ท่านได้มาบังเกิดเป็นที่ยึดเหนี่ยวของเรา  "ท่านสรยุทธ" เค้าคงเส้นคงวามาก ไม่เคยตื่นสาย ไม่เคยเลท เช้าก็เจอ เย็นก็เจอ หากไม่เจอ ก็ไปเจอได้ที่ internet ปีนี้ท่านก็ทำงานดีเยี่ยมเหมือนเช่นเคย ผมยกย่องเลย  ถ้าวัดเรทติ้งระหว่างท่านกับรัฐบาลหล่ะก็  ไม่ว่ารัฐบาลไหนๆ ก็ไม่มีทางสู้ได้

 
ดูหนังง่ายๆ กันปีนี้มีแต่หนังของคนอายุ 30 เข้ามาช่วงสิ้นปีทั้งนั้น ไม่ว่า 30+ โสด on sle อีกเรื่องก็ 30 กำลังแจ๋ว  หนังคนแก่ทั้งนั้น หึๆๆ  แต่ดูแล้วชื่นใจเพราะยังไงคนแก่ก็น่ารักทั้งคู่เลยย



















ฟังเพลงง่ายๆ  ผมไม่ได้ฟังเพลงไทยมาจริงๆ จังๆ หลายปีแล้ว  ยิ่ง 3 ปีหลังเนี่ยแนวเพลงของผมหลากหลายมาก   ถ้าจะหาเพลงง่ายๆของศิลปินไทยแนะนำให้ฟัง "วงเทอโบ" ที่นำเพลง "คันหู" ไต่ทุกชาร์ต


กินอะไรง่ายๆ  ผมแนะนำให้กิน Krispy Kreme  กินง่ายอร่อยแต่รอนานหน่อยเท่านั้นเอง  มันกลายเป็นธรรมเนียมปฎิบัติไปแล้วสำหรับการต่อแถวรอ  ไม่แน่ใจว่าผู้บริหารมีความสุขมากใช่ไหมที่เห็นคนยืนรอแถวกันยาวๆ ไม่คิดจะเอาเครื่องกดบัตรคิวมาใช้บ้างหรือยังไง






 เที่ยวง่ายๆ มาเลยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวง่ายๆ โดนใจต้องไปที่ Palio เขาใหญ่ ที่นี่แทบจะเป็นนครเมกะไปแล้ว ใครไปไม่ถึงตึกส้มๆ แล้วเสียค่าที่จอดรถ 20 บาทเพื่อถ่ายรูปหล่ะก้อเชยมาก ปีนี้ Palio ได้ตำแหน่งแชมป์ไปเฉือนเพลินวานแชมป์เก่า และปายแชมป์เมื่อ 2 ปีที่แล้วไปได้  วัดคะแนนจากจำนวนรูปภ่าย และอัลบั้มใน FB

กินข้าวเย็นง่ายๆ ปีนี้เป็นปีทองอเวนิวทั้งหลายที่ผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ด ไม่ว่าไปทางไหน เราก็จะโดนล้อมไว้หมด ทั้งเส้นเกษตรนวมินตร์  พระราม 9 และอีกหลายๆ ที่  ผมแนะนำให้ท่านๆ ไปเดินเล่นให้หนำใจ จ่ายค่าบัตรเครดิตกับธนาคารที่อเวนิวต่างๆ ให้เรียบร้อย แล้วดิ่งเข้าไปยังร้านอาหารของเหล่าดาราที่พาเหรดกันไปเปิดให้บริการ  ตามด้วยไอครีมอร่อยๆ และของหวานหลากหลาย  จากนั้นก็รับน้องหมาที่ร้านกรูมมิ่ง ขับรถกลับบ้าน หน้าตาเบิกบาน ท่านได้เสียเงินแล้ว



แต่งตัวง่ายๆ เราอย่าไปคิดอะไรมาก หาอะไรง่ายๆ มาประดับร่างกายดีกว่า ว่าแล้วก็เดินไปที่ห้าง แล้วเลือกเสื้อผ้าจากแดนปลาดิบ "ยูนิโคล่" หล่อสวยด้วยกลิ่นปลาดิบ เสื้อผ้าของเค้าราคาไม่แพง ไม่เกินหนึ่งพันบาทท่านอาจะได้ทั้งเสื้อ กางเกง เข็มขัด หมวก โล่ หอก มีดดาบ ปืนสั้น ยางลบ ไม้ขีด กระติกน้ำ  ไม่แพงเลยจริงๆ ลองแวะไปเยี่ยมชมร้านได้นะครับ


เที่ยวกลางคืนง่ายๆ ปีนี้มีร้านผับ บาร์เปิดใหม่มากมาย แต่ไม่น่าจะมีร้านไหนแรงได้เท่าฟังกี้วิลล่า กลางซอยทองหล่อ และวิปใต้ตึกลิเบอร์ตี้  หัวค่ำเราไปเมามันกับดนตรีสดสาวสวยที่ฟังกี้ก่อนจากนั้น ค่อยขยับขยายย้ายที่ไปยังวิปกัน เมื่อถึงที่หมายแล้วเราจะพบกับการต้อนรับอย่างน่าประทับใจของ อินทัช ทีม ที่คอยตรวจบัตรและไล่เราไปเปิดเหล้า  เมื่อเข้าไปแล้วท่านจะได้ยินเสียงดนตรี hiphous กากๆที่เปิดแล้วเราต้องเต้น เต้น เต้น เริ่มเมาได้ที่เดินไปที่ห้องน้ำท่านจะพบกับแถวยาวพอๆ กับที่ต่อรอซื้อโดนัทคริปปี้ครีม เดินกลับมาสะโหลสะเหล่  เหล่ไปเจอสาวสวย ให้ท่านระวังไว้ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องกระเทย ที่จะอาศัยช่วงดึกที่เราเมา แอบเนียบบีบเสียงเล็กๆ ให้น่ารัก แล้วเอาหน้าอกใหญ่ๆ มาให้เราดู ในเพลาขณะนั้นเราไม่สามารถที่จะตัดสินอะไรได้ดีนัก  ระวังให้ดี  เพื่อนสนิทของผมพลาดท่าไปหลายคนแล้ว




ทำอะไรยากๆ มาทั้งปี ใกล้สิ้นปีขออะไรง่ายๆ ทำบ้างละกันเนาะ have a nice day ครับ

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

ผมว่าง

ผมว่าง ผมจึงอ่าน ผมจึงคิด ผมจึงเขียน ผมจึงร้อยเรียงสิ่งดีๆออกมา
คนไม่ว่างได้แต่ตำหนิติเตียน ไม่คิด ไม่เขียน หมั่นเพียรจ้องทำลาย

ผมผิด ผมพลาด ผมฉลาดมากขึ้น เพราะผมได้ฝึกฝน ผมได้ทดลอง
คนไม่ผิด เพราะไม่เคยลงมือทำ คนเหล่านั้นใช้ปากทำทุกอย่าง

ผมดีใจที่ผมว่าง เพราะความว่างคือความไม่มี คือถ้วยชาที่ยังเหลือที่ให้น้ำชา 
คนไม่ว่างเปรียบดังถ้วยเต็ม ไม่เหลือให้อะไรใส่ลงไปได้ 

ผมว่างผมไม่ปิดกัน ไม่ไม่แดกดันใคร ไม่อิจฉา ไม่คิดร้าย ไม่ป้ายสีใคร

นี่คือข้อดีของ คนว่าง แบบผม

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คนไทยคุณมองโลกแบบไหน ?

วันนี้ผมไปหาลูกค้าที่ TOT เพลินจิตร
คุยงานเสร็จ  หิวมากเลยเดินไปที่โรงอาหาร
เจอคุณลุงคนนึงนั่งเฝ้าร้านบะหมี่  กับแม่ค้า
ผมสั่งบะหมี่เกี้ยวพิเศษ 1 ชาม  แล้วถามแม่ค้าว่าอร่อยไหม
แม่ค้าตอบทันใจว่าต้องชิมแล้วจะติดใจ  แล้วคุณลุงก็หัวเราะขึ้นมา
ใบหน้าที่มีรอยยิ้มของคุณลุง และปากกว้างๆ ทำให้ผมเห็นว่าคุณลุงฟันหลอแล้ว
มองหน้าอีกที อืม ท่าทางคุณลุงจะมีเชื้อจีน  งั้นผมเปลี่ยนจากคุณลุงเป็นอาแปะก็แล้วกัน

อาแปะบอกผมว่าปีนี้ก็อายุ 70 แล้ว ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ยืนไม่ไหว ต้องนั่งอย่างเดียว
ปีที่แล้วแกยังพอมีแรงที่จะขายของได้บ้าง มีตู้แช่น้ำเย็นขาย ปีนี้ไม่ไหวนั่งเฝ้าร้านดีกว่า
แล้วแกก็บอกว่าไม่รู้ว่าจะเหลืออายุอีกเท่าไร จะได้หายใจกี่วัน แต่ก็ถือว่าใช้ชีวิตคุ้มแล้ว
อยู่มาตั้งนานแล้ว บางคนหนุ่มกว่าแกแต่ก็ตายก่อน ดูอย่างทหารภาคใต้สิ แกขอให้ทุกๆวัน
ของแกที่เหลืออยู่มีความสุข และแกก็จะขอทำความดีทุกๆ วัน

ทุกๆ ถ้อยคำของแปะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ยิ่งแน่ชัดมากขึ้นว่าแกฟันหลอแน่ๆ

กินก๋วยเตี๋ยวหมดแล้ว อิ่มแล้ว กลับมาคิดถึงว่า อืม คนเรามีทั้งที่ดีและร้าย
แต่เราเลือกได้นี่ว่าเราจะเป็นแบบไหน จะดีหรือร้ายก็เลือกเอา ชีวิตคนเราไม่นาน
อยู่ๆ ตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ที่อยู่ก็ขอทำความดีละกัน ขอให้ทุกวันมีความสุขเหมือนแปะ
ละม้ายคล้ายให้ผมคิดไปถึง วลีนึงที่ว่า ทุกข์มีไว้ให้รู้ให้เห็นแต่ไม่ได้ให้"เป็น"

ก่อนออกจาก TOT ผมเดินไปทักแปะอีกครั้งบอกว่ามาคราวหน้าจะแวะมากินอีก
แปะยิ้มแฉ่งเลย  ทำให้รู้แน่ๆ ว่าแกฟันหลอ


วันนี้อาหารอิ่มกาย ความคิดอิ่มใจครับ



เชิญทุกท่านทานข้าวเที่ยงกันให้อร่อยนะครับ


วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มันจึงเป็นความรักที่ไม่ถึงกับสุข เป็นความทุกข์ที่ไม่ถึงกับเศร้า

บ่ายแก่ๆของวันพุธ วันที่ผมหมดเรียวแรง หัวสมองของผมนั้นแน่นเอี้ยดไปด้วยอะไรต่างๆ นาๆ ร่างกายเหนื่อยล้า ในตาไม่มีพลังสู้งานในช่วงเวลาที่เหลือต่อไป ผมรู้สึกเหมือนว่าเป็นตอเรส ลงสนามตั้งแต่นาทีแรกจนตอนนี้นาทีที่ 85 แล้วแต่ก็ยังยิงไม่ได้ หันหน้าไปทางไหนก็ไม่มีอะไรมากระตุ้นผมให้มีพลังทำงานต่อ มองไปที่โทรศัพท์มือถือ  

อืมนี่ก็เป็นอาทิตย์แล้วสินะที่ผมทำงานไม่ได้พักสมอง ผมคลึงนิ้วอวบๆ เบาๆบนน้องแอนดรอย ผมไถนิ้วไปเบาๆอย่างทะนุถนอม แล้วไปหยุดที่ชื่อ "น้องดา" พลันเกิดสายลมเย็นพัดอ่อนๆ ในใจผม ผมไม่รอช้าที่จะกดโทรศัพท์ไปหาน้องดา ผมได้ยินเสียงปลายทางที่คุ้นเคยตอบกลับมาว่า "คู้ณ...หายไปไหนมาเหรอ งานยุ่งนักหรือไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" ผมหัวเราะเบาๆ แล้วก็พูดคุยกับเธอแล้วถามว่าว่างตอนไหนผมอยากไปหาเธอ เธอว่า 5 โมงเย็นแล้วกัน ผมไม่รอช้า รีบเก็บของทั้งหมดยัดใส่กระเป๋าคู่ใจแล้วรีบขับรถไปหาเธอทันที

Falsh back กลับไปเมื่อ 2 เดือนก่อน ผมเจอน้องดาในตอนที่เธอกำลังขะมักขะเม่นกับงานของเธอ เธอยุ่งมากมือทั้งสองข้างของเธอนั้นไม่ว่าง เอาโทรศัพท์หนีบตรงคอเพื่อรับสายลูกค้า ปากพลางตะโกนสั่งงานน้องๆ ให้รีบๆเคลียงาน แต่เธอยังมีอารมณ์ขันมาทักทายผม ได้ จากนั้นผมและเธอก็ได้มีโอกาสที่จะคุยกันบ้างจนเกิดเป็นความรู้สึกพิเศษ ในหลายๆครั้งที่ผมไปติดต่องานกับเธอ เพื่อนๆ น้องๆ ในที่ทำงานเธอจะแอบแซวว่าเราเป็นแฟนกัน ซึ่งผมและเธอต่างก็เข้าใจตรงกันว่าเราแค่มาติดต่องานกันเท่านั้น

ผ่านไปได้สักระยะผมมีโอกาสที่จะได้ชวนเธอมาคุยกันสองต่อสอง ทำให้ผมได้รู้จักกับเธอมากขึ้น เธอเป็นคนน่ารัก อารมณ์ดี และเธออยากจะมีกิจการเป็นของตัวเอง เธอเบื่อการเป็นพนักงานแบบนี้แล้ว ซึ่งผมก็ได้แนะนำว่าเธอควรเริ่มต้นอย่างไร  เดทแรกของผมและเธอช่างเป็นเดทที่น่ารักเราสองคนต่างหยอกล้อกันแบบหนุ่มสาว ก่อนที่ผมจะจากเธอไป ผมได้ขอเดินไปส่งเธอขึ้นรถกลับบ้าน ตอนนนั้นเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว ระหว่างทางเธอบอกผมว่าผมเป็นคนสนุกสนาน วันไหนว่างๆ มาเดทกันอีกนะ

ผ่านจากนั้นไปประมาณเดือนกว่าๆ ผมก็ยังติดต่อคุยกับเธอเป็นระยะ ความสัมพันธ์ของเรางอกเงยเป็นอย่างดีจนผมมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดเธออีกครั้ง แต่คราวนี้น้องดาเปลี่ยนไปเธอใจร้อนเป็นไฟ เธอไม่คุยกับผมเหมือนที่เคยเธอไม่ใช่น้องดาคนเดิมที่ผมรู้จัก ทุกคำพูด ทุกการกระทำของเธอทำให้ผมเจ็บปวด เธอตอกย้ำลงในจุดเดิมของผม จุดที่ผมเจ็บปวด เหมือนเธอรู้ว่าตรงไหนผมมีจุดอ่อน เธอรู้ดีว่าเธอจะทำอย่างไรให้ผมเจ็บและเธอก็ทำจริงๆ แถมยังทำได้เจ็บสุดๆด้วย ผมสาบานเลยว่าผมไม่เคยเจ็บปวดเพราะผู้หญิงได้ขนาดนี้ วาจาของเธอเชือดเฉือน เสียงหัวเราะของเธอที่เคยกังวาลก็กลายเป็นเสียงคำรามของมัจจุราช เธอยังเยาะผมว่าให้ทนหน่อยสิ เป็นลูกผู้ชายทนได้แค่นี้เองเหรอ ในที่สุดผมก็ร้องให้ น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาจากนัยตาของผม แต่ไม่มีวัน ไม่มีวันที่คุณจะได้ยินเสียงสะอื้นของผมหรอก   แต่เหมือนผมโดนกลั่นแกล้งน้องดาเะอทำกับผมได้เธอกดมันลงไปช้าๆ อย่างใจเย็น เลือดเย็น หึ....สาแก่ใจเธอผมร้องสะอื้นออกมา  สะใจเธอแล้วสิ  จากวันนั้นผมก็เข้าใจถึงความเจ็บปวดเป็นอย่างดี

ผมขับรถกลับห้อง ระหว่างทางผมได้รับ sms มาว่า ดาอยากให้ผมเข้าใจถึงความเจ็บปวดบ้างว่ามันเป็นอย่างไร ผมก็คิดไประหว่างทาง ตลอดเส้นทาง  สุดท้ายผมก็ sms กลับไปหาเธอว่าผมเข้าใจแล้ว

และในวันนี้ผมตัดสินใจกลับไปหาเะออีกครั้ง มันช่างเหมือนกับเพลงของ Room 39 ที่ว่า



"มันจึงเป็นความรักที่ไม่ถึงกับสุข เป็นความทุกข์ที่ไม่ถึงกับเศร้า เป็นความรักที่ทั้งซึ้งทั้งเหงาอยู่ด้วยกัน จึงเป็นความรักที่มาพร้อมความอึดอัด และเป็นความรักที่ไม่เคยเห็นภาพชัดๆ  สักวัน มีแค่ความรู้สึกครึ่งๆ กลางๆ ข้างในใจของฉันเพียง..... คนเดียว"




ผมกลับไปหาเธออีกครั้ง ในที่ๆเราเจอกันครั้งแรก เธอยืนยิ้มรอผมอยู่ที่หน้าประตูพร้อมกับต้อนรับผมด้วยคำพูดที่แสนจะคุ้นเคยว่า "จิตจันทร์ นวดแผนไทย สาขา 4 ยินดีต้อนรับคร่าาาาา"

เอ่อ  ท่านผู้อ่านครับ ผมขอตัวไปนวดก่อนนะครับ

website ของร้านนะครับ    http://www.jitjan.com/about_us.html

ว่างๆ ลองไปหาน้องดาได้นะครับ รับรองความหนักหน่วงครับ !!!!
 

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ครั้งแรกที่ผมมีอะไรกับ "เธอ"

21.46 น. วานนี้  ระหว่างทางที่ผมขับรถกลับจากไปทานข้าวกับพี่ที่มาจากต่างประเทศ
ผมนั่งนึกไปต่างๆ นาๆ ในใจว่าผมทำถูกแล้วเหรอ ที่รับ"เธอ" มาต่อจากพี่เค้า มันจะผิดมากไหม และมันจะสมควรหรือไม่ แต่กิเลสของผมมันห้ามไม่ได้แล้ว  ถนนที่มืดมิด ประกอบกับฝนที่เป็นใจ
"เธอ" นั่งอยู่เบาะซ้ายของรถผม
"เธอ" เป็นคนพูดน้อยอาจจะเป็นเพราะ "เธอ" ยังไม่พร้อมมากับผม หรือว่าเพราะผมยังใหม่ไปสำหรับ
ราคาค่าตัว 4,500 บาทที่ผมจ่ายเงินแลกกับบริการของ "เธอ"  นั้นจะคุ้มค่าหรือไม่

ด้วยความที่พี่เค้ากลัวว่าผมจะคิดมาก พี่เค้ายืนยันหนักแน่นว่าพี่เค้าทะนุถนอม "เธอ" มาก 
ทุกๆครั้งที่พี่เค้าใช้ปากกับ "เธอ" พี่เค้าจะใช้มันอย่างละมัดระวัง ไม่ให้น้ำลายไปเลอะเทอะที่ "เธอ" 
ทุกครั้งที่พี่เค้าสอดใส่พี่เค้าทำอย่างระมัดระวังไม่ให้"เธอ" เจ็บปวด
และพี่เค้ายืนยันด้วยว่าพี่เค้าใส่ถุงทุกครั้งที่มีอะไรกับ "เธอ" 

พี่เค้ายังบอกให้ผมเกิดกิเลสว่า "เธอ" ไม่เคยทำให้พี่ผิดหวัง
"เธอ" นั้นแสนซุกซนเสมอยามอยู่กันสองต่อสอง 
"เธอ" คลายเหงาได้แม้ในยามปลดทุกข์ในห้องน้ำ
เสียงของ "เธอ" ใสราวกับน้ำค้างยามเช้า
ยาม "เธอ" สั่นไหว ทำให้ใจชายหนุ่มๆ สะทุ้งสะเทือน
"เธอ" ไม่เคยหยุด ไม่ว่ายามคุณนอนหลับ "เธอ" ก็พร้อมจะปลุกคุณขึ้นมา และไม่ว่าตอนรุ่งสาง "เธอ" ก็พร้อมจะบริการคุณให้หรรษา

ผมอดใจไม่ไหว  จอดรถแวะเข้าข้างทางในปั๊มน้ำมัน เพื่อที่จะลูบไล้เรือนกายของ "เธอ"
ประกอบกับมืออีกด้านของผมปลดอาภรณ์ของ "เธอ" ออก  ตอนนี้ "เธอ" อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า
"เธอ" ไม่ได้ตอบโต้อะไร "เธอ" เพียงแค่ส่งยิ้มเล็กๆ ให้ผม จะมีแต่ร่างกายของ "เธอ" ที่สั่นสะท้านบ้างเป็นบางครั้งที่ผมใช้นิ้วสัมผัสไปยังจุดสำคัญบนตัว "เธอ"  

"อืมมม.....อ้าา" ผมครางเบาๆ พลางพยุงตัว "เธอ" ไว้ที่ตักของผม ตอนนี้จิตรใจของผมพลุ่งพล่าน ผมทนไม่ไหวแล้ว ผมต้องการ "เธอ" ผมอยากรู้ อยากเข้าใจความหรรษาอย่างที่พี่เค้าบอกผมไว้ ในหลายๆครั้งที่ผมเห็น "เธอ" คลอเคลียกับพี่ ผมรู้สึกริษยาและอยากจะได้ "เธอ" มาไว้ในครอบครอง แต่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมผมต้องอดใจไว้  ผมขับรถออกจากปั๊มน้ำมันไป ตรงไปที่ 7-11 เพื่อซื้อสิ่งของสำคัญ เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายร่วมกับ "เธอ"


เข้ามาถึงใน 7-11  ผมมองไปยังเคาท์เตอร์ เจอแต่พนักงานสาวๆ ด้วยความประหม่า ทำให้ผมคิดไม่ออก  ผมจึงเลือกใช้เจ้าเก่าของผม  ผมไม่กล้าเลือกยี่ห้ออื่นเพราะผมไม่มั่นใจว่าของที่ผมจะเลือกใช้กับ "เธอ" นั้นจะโอเคกับผมและ "เธอ" หรือไม่

"น้อง กล่องสีส้มนี่เท่าไรเหรอ" ผมถามไปยังพนักงาน
"49 บาทค่ะพี่ แล้วพี่จะรับอะไรเพิ่มไหมคะ"
"อืม งั้นเอาของมาเสริมด้วยละกัน"
น้องพนักงานเข้าใจ พร้อมกับหยิบของที่ผมต้องการใส่ถุงให้ผม พร้อมกับยิ้มให้ผม แล้วถามผมด้วยประโยคประจำของ 7-11 ว่า "พี่คะรับขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มด้วยไหมคะ"

ผมไม่ตอบแต่รีบเดินออกจากร้านด้วยอาการประหม่า ตอนนี้ 22.15 น. แล้ว ฝนก็ยังตกอยู่ปรอยๆ ผมใกล้จะถึงห้องของผมแล้ว  "เธอ" ยังนั่งนิ่งๆ สายตา "เธอ" มองผ่านกระจกรถของผมไปข้างนอก ผมเหยียบคันเร่งให้เร็วที่สุด ในที่สุดผมก็ถึงห้องของผม  ผมรีบจูง"เธอ"เข้าห้อง ผมรีบปลดเสื้อของผมออก ด้วยสัญชาติญาณดิบของผม ผมจับ "เธอ" ขึ้นเตียง "เธอ" ไม่ขัดขืน ผมสังเกตุดู "เธอ" อ่อนแรงลงไปบ้าง
แต่ "เธอ" ยังตอบสนองผมเป็นอย่างดี ผมหยิบเจ้ากล่องสีส้มขึ้นมาแล้วฉีกมันเพื่อเอาของสำคัญที่อยู่ในกล่อง "ผมได้มันมาแล้ว"  คิดในใจพลางยัดเยียดมันเข้าสู่ตัว "เธอ" ร่างกาย "เธอ" ไม่ไหวติงไประยะ ซึ่งเป็นธรรมดาที่ใครๆ ก็ตามเมื่อโดนผมยัดเยียดเข้าไปแบบนั้นต่างก็ทนไม่ไหวจำเป็นจะต้องหยุดเคลื่อนไหวไปซักระยะ  แต่ โอซซซซ์ พระเจ้า ผมพลาดไปแล้ว   โอว์ ............. "เธอ"  ฟื้นขึ้นมาแล้ว  แต่ผมไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้  โอว์ ........... ผมทำบัตรเติมเงินหาย  โอว์.............ผมมีแค่ sim ของ True โอว์ กูว่าจะลอง 3G ซักหน่อย เหี้ยนเอ้ยแม่งเล่นต่อไม่ได้เลยยย เสือกทำบัตรเติมเงินตกหาย หายไปได้ไงแว้ ...โอว์น้องแอนดรอยของผม




น้องแอนดรอยแม่ยอดขมองอิ่มของผม

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ความแตกต่างระหว่างโฆษณาในสื่อต่างๆ และ โฆษณาในอินเทอร์เน็ท

คุณรู้ไหมว่า ทุกวันนี้ Gen X Gen Y ใช้ชีวิตอยู่ในโลกจริง และโลก cyber เฉลี่ยแล้วอย่างละครึ่งๆ เลยทีเดียว  และ ขณะที่โลก Cyber มาแรง แนวทางการตลาดจึงหันเหและเบนเข็มไปยังโลก Cyber เพราะว่ายังเป็นกลุ่มตลาดใหม่ ใครยึดหัวหาดได้ก่อนมีสิทธิ์สูงที่จะชนะ ไม่ว่าจะเป็นการขายของผ่าน website ต่างๆ ทำให้เรามีร้านค้าที่ไม่ต้องลงทุนเช่าที่ และเปิดขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงอยู่มากมาย และนับวันยิ่งจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว  ซึ่งเมื่อมีการค้าขายเกิดขึ้น สิ่งที่ต้องตามมาคือ "โฆษณา"

ความแตกต่างระหว่างโฆษณาในสื่อต่างๆ และ โฆษณาในอินเทอร์เน็ท

ทุกๆ วันที่เราเปิดโทรทัศน์ ฟังวิทยุ อ่านหนังสือพิมพ์ หรือ ขับรถ เราจะเจอกับโฆษณาอยู่ในทุกๆ ที่ จะมาทั้งในรูปแบบทางตรงและแฝงมากับสิ่งอื่น

โฆษณาในสื่อต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องเจอโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หรือพยายามหลีกเลี่ยงก็ยังจะตามมาเจออีก ถือว่าเป็นทางหลักของสินค้าที่จะสื่อสารกับผู้บริโภค ดังนั้นไม่ว่า production หรือ story ของโฆษณาจะดีร้ายอย่างไร เรายากที่จะเลี่ยงไปได้ ทำให้นักการตลาดจึงทุ่มเงินจำนวนมหาศาลให้กับค่า air time แสนแพงในรายการที่มีผู้ชมหรือผู้ติดตามเยอะๆ ซึ่งเป็นแนวทางของการตลาดที่มีมาตั้งแต่ยุคที่เริ่มมีระบบกการสื่อสารที่ดี

ในยุคสมัยของ Internet

โลกของโฆษณาเปลี่ยนไปอีกครั้งเมื่อ internet เข้ามาสร้างสังคม online ทุกคนสามารถเลือกได้ว่าต้องการรับชมอะไร ในช่วงเวลาไหน ทำให้เกิดบุคคลเสมือนขึ้นในโลก internet ซึ่งเป็นมีลักษณะในเชิงลึกมากขึ้น จะจดจ้อง และสนใจในบางเรื่องเป็นเชิงลึก และอ่อนไหวต่อกระแสในสังคม online สามารถเปลี่ยนความคิดได้ในชั่วพริบตา เป็นเหตุให้โฆษณาต้องปรับตัวครั้งใหญ่อีกครั้ง และถ้าหากท่านต้องการใช้ประโยชน์ของ internet ทำการโฆษณาสินค้า โดยความเป็นจริงแล้วนั้น การประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาในโลก internet ไม่ได้แตกต่างอะไรจากปกติทั่วไปสักเท่าไร  แต่ก่อนที่จะลงทุนสิ่งแรกที่เราจำเป็นต้องคำนึงถึงนั้นไม่ใช่สินค้าของเรา ตลาดของเรา หรือการวัดผลแต่อย่างใด สิ่งหลักสิ่งแรกที่เราต้องทำความเข้าใจคือสังคม Internet นั่นเอง  หลายๆบริษัทคิดว่าการลงทุนโฆษณาสินค้าทาง internet นั้นประหยัดงบ ถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง แต่เมื่อลงเม็ดเงินไปแล้วไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่คาดหวังไว้ เพราะเค้าไม่ได้วิเคราะห์สังคม internet ให้เด็ดขาดต่างหาก ความแตกต่างระหว่าง 2 โลกโฆษณาคือ โลกของจริงนั้นบริษัทโฆษณาสามารถสัมผัสได้ถึงเป้าหมายโดยตรง รู้แหล่งที่อยู่โดยตรง รู้รสนิยมโดยตรง และมี impact ที่รวดเร็ว  แต่โลก internet นั้นไม่สามารถที่จะสัมผัสสิ่งต่างๆ เหล่านั้นได้โดยตรง ดังนั้น สิ่งแรกก่อนที่จะลงทุนทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ในโลก internet ก็คือ.......ข้อมูลของ user ที่ยินดีให้ไปกับ website ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียนเข้าใช้ socialnetwork ต่างๆ การ check-in ตามสถานที่ต่างๆ และ log การใช้งานนั่นเอง ผมเชื่อว่าตอนนี้ ขณะนี้ที่ผมใช้งาน internet อุปกรณ์วัดค่าและอุปกรณ์เก็บข้อมูลการใช้งานต่างๆ ของ website นี้้ก็กำลังดำเนินการสร้างฐานข้อมูลของผม และนำค่าที่ได้ไปเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานสำหรับประชาสัมพันธ์นั่นเอง ส่วนต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นรอยเท้าของเราที่จะให้ประโยชน์ต่อนักโฆษณา ดังนั้นก่อนที่ท่านจะลงทุนโฆษณา ผมอยากให้ท่านเก็บข้อมูลเหล่านี้ก่อนเป็นอย่างแรก แล้วผมจะเล่าให้ฟังต่อในตอนต่อไปว่าเมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้มาแล้วเราจะพัฒนาการโฆษณาของเราไปได้อย่างไร

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ไม่มีอารมณ์เขียนบล็อก

 ขอเขียนวันพรุ่งนี้นะครับ
อยากเขียน แต่เขียนไม่ออก
กลัวเหงา

เลย post อะไรค้างๆ ไว้แบบนี้
บะบายๆ

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ผมมี Google+ แล้ว


ในที่สุด goog ก็ปล่อย product ใหม่มาอีกตัวคือ goog+ และวันนี้ผมมีโอกาสได้รับ invite จากเพื่อนๆ และได้เป็นสมาชิกของโลก social network อีก web ซะแล้ว และผมได้ทดสอบ feature เบื้องต้นของ goog+ และได้ทำการ upload รูปเข้าไป 1 รูป แต่ยังไม่ได้ทดสอบ hangout นะครับ

จากนั้นได้อ่านบทความเกี่ยวกับ goog+ ใน Positionmag ทำให้ผมได้ข้อสรุปดังนี้ว่า

1. goog+ นั้นไม่ค่อย open ให้กับ user สักเท่าไร  เนื่องจากเราจะต้องไปสมัคร gmail ทำให้ตอนนี้ผมมี email เพิ่มอีก 1 email แล้ว มันเยอะเกินไปสำหรับผม แต่ goog คงมองว่า goog+ คงกระแสแรง และถ้าเอ็งอยากเล่นก็สมัครซะสิ และยังต้องรอรับ invite จากเพื่อนๆ ด้วยทำให้การโตของ goog+ อาจจะช้าไปบ้างแต่จะดีตรงที่ว่า spam จะน้อยลง และ goog+ จะได้ข้อมูลของ user ที่เป็นความจริงมากขึ้น อีกทั้ง goog+ จะสามารถ track การ invite ได้ ด้วยซึ่งตรงนี้เป็นข้อดีของ goog+ ที่จะได้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปวิเคราะห์มากขึ้น

2. goog+ นั้นยังไม่ค่อยมี api ต่อเชื่อมกับ web อื่นๆ เช่นเวลาผมจะ share ข้อมูลไปลงใน FB ก็แค่กด share แต่ goog+ ยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก

3. goog+ พยายามจะรวมรวมทุกๆ internet activity มาไว้ที่ตัวเค้าเองทำให้คนที่ลองใช้งานใหม่ๆ ยังอาจจะแหยงๆอยู่บ้าง เพราะมันเยอะจริงๆ

4. goog+ อาจจะเป็นแค่กระแสเหมือนตัว social อื่นๆ ที่ goog เคยทำมาแล้ว ถ้าไม่รีบปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพราะผมว่า FB ก็คงไม่ยอมแพ้แน่ๆ หลังจาก goog+ เปิดตัวมาแล้ว FB ก็จะนำข้อด้อยของตัวไปปรับปรุง และด้วยที่ว่า goog+ นั้นเข้ามาใหม่ยังไม่ค่อย friendly กับ user นักอาจจะทำให้ไม่มีผู้ย้ายไปใช้งานของ goog+ มากเท่าที่ควร

และที่สำคัญ

5. Facebook นั้นเคยสร้างเป็นหนังมาแล้วนะเทอ 5555+

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ในเช้าวันจันทร์ที่ไม่สดใส

July 18 ผมต้องตื่นขึ้นมา พร้อมหน้าตาที่งัวเงีย (ซึ่งปกติก็งัวเงีนอยู่แล้ว) ผมยกมือขึ้นไว้ร้องขอต่อผู้ที่กำหนดโลกทั้งใบไว้ด้วยหน้าตากลมๆ และเข็มอีก 2 อัน นามของท่านคือ "นาฬิกาปลุก" ผมไหว้วอนขอความเมตตาเพื่อขอต่อเวลาอีก 5 นาที ขออีก 5 นาทีเท่านั้น  ซึ่งผมหวังไว้ว่า 5 นาทีในโลกแห่งความฝันจะยาวนานแต่จะกินเวลาในโลกแห่งความจริงแค่ 5 นาทีมันไม่เป็นเช่นนั้นแต่กลับกันโลกแห่งความฝันนั้นช่างสั้นยิ่งนักแต่โลกแห่งความจริงกลับยาวนานแสนนาน มันเสมือนว่าผมใช้เวลา 5 นาทีในโลกแห่งความจริงนั้นล่วงเลยไป 1 ชม เต็ม ตายห่ะละ นี่มันเช้าวันจันทร์นะเว้ย

วาทะสรยุทร "ผมก็ทำงานเช้าเหมือนกันฮับ"
7.13 น. เปิดโทรทัศน์เพื่อฟังข่าวสารยามเช้าพร้อมกับการเปิดประตูอาบน้ำ เรื่องเล่าเช้านี้ ทำงานตรงเวลาเสมอ ข่าวเด่นของวันนี้ก็คือเรื่องราคาข้าวที่ปรับขึ้น ราคาขายข้าวแพงขึ้น 2-3 พันบาท แต่โชคร้ายที่เงินเดือนปรับขึ้นไม่ทันราคาข้าว ข่าวเขาพระวิหารที่เราทำทุกอย่างทุกทางเพื่อให้ได้มา

7.47 น. เป่าผมเสร็จแล้ว แต่ตัวเสร็จแล้ว แต่หน้าตาของผมยังง่วงอยู่เลย ต้องรีบแล้วเข้างาน 8 โมงเช้า ต้องรีบๆ ขับรถออกไปทำงาน ถนนโล่ง เปิดวิทยุก็มีแต่เพลงยัดเยียดให้ฟัง

มันช่างเป็นความรู้สึกของ "ในเช้าวันจันทร์ที่ไม่สดใส" ซะเลย 

7.55 น. เริ่มเห็นแดดยามเช้า ได้ยินเพลงของ Jamie Cullum "Mind Trick" อืมม เพลง jazz ที่สดใสของนักดนตรีที่ผมเรียกเค้าว่าเป็นอัจฉริยะ อารมณ์ขุ่นมัวของผมเปลี่ยนไป ฮัมเพลงตามไป

8.13 น. สายตามเคย หิวข้าวอีกตะหาก แต่ผมกลับไม่เครียด ไม่หงุดหงิด เพราะผมได้คนมานั่งฝั่งซ้ายมือของผมแล้ว ผู้ชายอารมณ์สุนทรีย์ที่มาพร้อมกับเสียงดนตรี jazz และจินตนาการที่ไม่สิ้นสุด ผมยิ้มได้ ผมมีความสุข ความสุขราคาไม่แพง ความสุขที่อิ่มอยู่กลางใจ แม้ว่าปัญหาต่างๆจะรุมล้อมผมมากประดั่งไฟที่จะเผาให้วอดวาย แต่ด้วยใจของผมใจที่มีความสุข ความคิดดี ทำให้ผมยังยิ้มได้ พร้อมที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆให้ผ่านพ้นไป คุณๆเชื่อไหมว่า "คนไทยส่วนมากชอบคิดว่าตนเองนั้นเซ็งและเศร้า และ เกือบทั้งหมดในนั้นเปิดเผยความรู้สึกผ่านทาง chatting และ social network"  สำหรับผมปัญหานั้นมันเข้ามาและก็ผ่านไป เช่นเดียวกับความสุข และเงินเดือน

8.22 น. ผมถึงที่ทำงานแล้ว ความรู้สึกเปลี่ยนไป รอยยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้าง่วงๆ ของผม และผมพร้อมที่จะบอกทุกท่านไว้ว่า

แม่งเอ้ย !!! กูโคตรง่วงเลยโว้ย !!!! 




หมูเฮาก็ง่วงคือกัน

วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ความผิดพลาดของ ปชป เจ็บนี้อีกนาน เจ็บนี้ไม่ลืม!!!

สวัสดีวันพระครับทุกท่าน

ผมเขียน Blog มาก็อีก เกือบๆ 2 เดือนแล้วขาดอีก 2 วันก็ครบ 2 เดือนแล้วดีใจมากๆที่มีคนติดตาม blog ของผม ทุกๆเสียง ทุกๆ comment ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะนำเรื่องราวรอบๆตัวมาเล่าสู่กันฟัง และขอขอบคุณแฟนคลับของผมที่ติดตามผลงานของผมตลอด

"คุณ Danuwat Boonsuwan ที่คอย ment คุยกับผมและแนะนำแนวทางดีๆให้ผมตลอด คุณ Krityakorn Sihawong เพื่อนสนิทของผมที่บอกว่าผมน่าจะเอาดีทางนี้ คุณ Wantana Maturossukon ที่แนะนำบล็อกผมให้คนทางบ้านอ่านด้วย คุณสุดที่รัก ใกล้ชิดที่มาคอยตรวจ prove ให้ผมหลังจากที่ผม post ไปแล้ว คุณ Sittidat Kwan ที่คอยมาเม้นให้ผมหายเหงา และคุณ Noppakrit Oakkharasinthirawut ที่เข้าใจผมคอยฟังผมบ่นเสมอๆ และที่ขาดไม่ได้คือทุกๆท่านที่แวะมาอ่าน Blog ของผม"

สัญญาไว้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่าจะขอเล่าให้ฟังถึงความผิดพลาดและเปนสาเหตุให้เกิดความพ่ายแพ้ เพี้ยงพล้ำของ ปชป ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา งั้นขอจั่วหัว blog วันนี้เลยละกันว่า

ความผิดพลาดของ ปชป เจ็บนี้อีกนาน เจ็บนี้ไม่ลืม!!!

Mark ยอมรับครับ Mark สู้ไม่ได้จริงๆ

บ้านไกลเวลาน้อย ไม่มีเวลามาสาธยาย เข้าเรื่องเลยดีกว่า

1. ปชป เป็นพรรคการเมืองจริงๆ ย้ำ พรรคการเมืองแท้ๆ ทำให้ประชาชนติดภาพว่า ปชป ทำอะไรก็ช้าลีลาก็เยอะ สลัดภาพนักการเมืองมืออาชีพไม่ออก กระบวนการและขั้นตอนมากกว่าคู่แข่ง เลยทำให้ ปชป เหมือนกับระบบราชการของเมืองไทยที่ยังไม่ได้รับการ renovate ซึ่งในจุดนี้เพื่อไทยใช้การบริหารแบบทุนนิยม ใช้การแนวทางบริหารแบบบริษัทเข้ามา จึงทำให้เพื่อไทยชนะอย่างชัดเจน ปชป พ่ายท่าแพ้ในยกที่ 1

2. มีไพ่ต่อแต่ใช้ไม่เป็น ปชป เป็นรัฐบาลแต่กลับไม่สามารถเรียกคะแนนเสียงได้ออกมามากเท่าไร ทั้งที่การกำหนดวันเลือกตั้งนั้น ปชป เป็นผู้กำหนดเองแต่ไม่สามารถนำประโยชน์ในจุดนี้ไปทำอะไรให้เห็นได้เด่นชัด ทำให้แพ้เพื่อไทยไปในยกที่ 2

3. การตลาดที่ไม่แข็งแรง ข้อนี้ให้อภัยไม่ได้ เห็นป้ายหาเสียงของ ปชป แล้วผมหล่ะอยากให้เค้าเอากลับไปแก้ใหม่ซะทุกอัน มันไม่สื่ออะไรสักอย่างที่ชัดเจนเลย บางป้ายสีของ สส กับ สีของคุณ mark เป็นคนละโทน ผมเสียใจเป็นอย่างยิ่ง แล้ว social network ซึ่งเป็นกลุ่มพลังสำคัญของ first vote ก็ไม่ได้สร้างพลังอะไรให้ ปชป เลย ตรงนี้ต้องยอมรับเพื่อไทยเลยว่าทีมการตลาดของเพื่อไทยแข็งจริงๆ  ป้ายหาเสียงทุกอันของเพื่อไทยมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวมากๆ (unity) เพื่อไทยรู้ว่ากลุ่มคนกลุ่มไหนจะเสพข้อมูลทางไหนดังนั้น นโยบายที่ขึ้นมาแสดงในแต่ละสื่อจึงแตกต่างกันไป และจุดนี้ทำให้เพื่อไทยเกือบน็อค ปชป ได้ในยกที่ 3

4. เพราะเข้ามาใหม่และเป็นหญิงเลยมีแต้มต่อ นอกจากจะรับหน้าที่เป็นน้องสาวของคุณทักษิณแล้ว คุณยิ่งลักษณ์ยังต้องคอยทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรคด้วย ซึ่งทุนเดิมของเพื่อไทยนั้นเป็นฐานเสียงของคนต่างจังหวัดซึ่ง ที่ศรีสะเกษบ้านผมนั้นถ้าเห็นว่าเป็นผู้หญิง ผิดนิดพลาดหน่อยอภัยกันได้ ดังนั้นแม้เพียงคุณยิ่งลักษณ์จะสะกิดเบาๆเข้าใบหน้าคุณอภิสิทธิ์ก็ประดั่งว่าคุณอภิสิทธิ์นั้นหน้าโดนหมัดขวาตรง ยก 4 แล้ว ปชป ยังมึนหมัดอยู่เลย

5. มวยวัด ยก 5 แล้วพี่เลี้ยงบอกไม่มีอะไรต้องเสียวิ่งลุยเข้าไปอัดกันเลยดีกว่า แต่พี่เลี้ยงของเพื่อไทยบอกว่าให้คุมเชิงแล้วปล่อยหมัดแย๊บและเตะตัดลำตัวเป็นหลัก ดังจะเห็นได้ว่าช่วงปลายๆการเลือกตั้ง ปชป กระสับกระส่ายกับผล Poll มากเลยทำให้ออกหมัดแบบมวยวัด ซึ่งจริงแล้วผมคิดว่าในช่วงสุดท้าบของการหาเสียงในปีนี้ มีผู้ที่สนใจการเมืองและต้องการจะออกมาลงคะแนนเยอะ ปชป ไม่ควรเข้าปะทะตรงกับเพื่อไทยที่มีฐานเสียงที่จงรักษ์ภักดี แต่ควรจะไปหากลุ่มคนกลุ่มใหม่ ฐานเสียงใหม่น่าจะได้ลุ้นกว่าเยอะ ยก 5 ปชป เมาหมัดตัวเองแต่ประคองตัวจนครบยกได้

ผลนับคะแนนออกมา ยกมือให้ฝ่ายแดงเป็นผู้ชนะคะแนนไป

เพื่อไทยชนะคะแนนตามความคาดหมาย

คนไทยครับ

ยอมรับผลการเลือกตั้ง ให้เพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ จงยอมรับและเข้าใจว่าผลการเลือกตั้งนี่มาจากเสียงเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ จงยอมรับว่าพื้นฐานของประเทศคือการมีจิตสำนึกและสามัญสำนึก ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากการศึกษา ผมอยากให้ผู้บริหารประเทศให้ความสำคัญกับการศึกษา มากๆ เราจะได้เจริญเท่าเทียมกับอารยะประเทศ จะได้ไม่มีการใช้นโยบายประชานิยมลมๆแล้งๆสักที (การเลือกตั้งในครั้งนี้ทุกพรรคชูนโยบายประชานิยม ไม่ว่าจะพรรคใหญ่พรรคเล็กก็ไม่ต่างกัน) ดังวลีที่เราพบเจอกันใน internet ในช่วงนี้ที่ว่า

"นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ดนักการเมืองแจกแ​ท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา
..นักการเมื​องห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชา 
นักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม 
นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ 
นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี 
นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี 
นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน 
นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน 
นักการเมืองคิดสั้น องค์ราชันย์คิดยาว"
แล้วผมจะมาเล่าต่อให้ฟังว่าทำไมเฮียชูผมถึงได้รับเสียงถล่มทลาย 5555 +

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

คนเล่านิทานได้ตายไปแล้ว

ผมขับรถไปพร้อมกับฟังเพลงจาก USB แล้วทำให้รู้สึกว่า

คนเล่านิทานได้ตายไปแล้ว

เมื่อก่อน เราจำอะไรได้ ก็มาเล่าสู่กันฟัง
เป็นเรื่องราวชวน ขนหัวลุก เรื่องตลกขบขัน น่าติดตาม
จากกลุ่มนึง ไปยังอีกกลุ่มนึง เค้าโครงเรื่องเดิม แต่งเติมไปใหม่ด้วยจินตนาการผู้เล่า
ทำให้เกิด สีสัน ทำให้เกิดความผิดเพี้ยน ทำให้เกิดคนเล่านิทาน
แต่มนุษย์นั้นเล่า อยากจำอยากจดทุกอย่างไว้ ไม่อยากลืม
ทั้งๆ สิ่งเหล่านั้นไม่จีรัง ไม่มีตัวตนอยู่จริง

จึงได้สร้างการจดบันทึกไว้ ไม่ว่าแสนนานเท่าไรเราก็จะไม่มีวันเลือน
กระดาษ หมึกปากาก ยังมีวันเสื่อมสลาย มนุษย์ยอมไม่ได้ มนุษย์อยากจำจดทุกอย่างไว้
สร้างเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อจดจำ เพื่อบันทึกไว้ เพื่อตอกย้ำความเจ็บปวด ความสุข เอาไว้ให้ยาวนาน

คุณปู่ผู้ชรานั่งเล่านิทานให้หลานสาวฟัง เรื่องเดิมเรื่องเดียวกับที่เล่าให้ลูกชายของเค้าฟัง
ใจความสำคัญยังเหมือนเดิม แต่การแต่งกายของเจ้าชายเปลี่ยนไป และผ้าไหมของเจ้าหญิงก็เปลี่ยนสี
หลานรักชอบนิทานมากอยากฟังหลายๆ รอบจึงได้วิ่งไปเอาเครื่องอัดเสียงมาอัดไว้ หลานอยากให้คุณตาเล่านินทานให้ฟังตลอดไป  แต่มันจะสนุกได้อย่างไรเมื่อมันเหมือนเดิม อยู่ทุกวัน

จินตนาการต่างหากคือสิ่งสำคัญ ความผิดเพี้ยนไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ขออย่าให้อะไรมาบดบังจินตนาการ
เพราะถ้าเราจับจินตนาการบันทึกลง USB เมื่อไร วันนั้นแหล่ะที่เราจะรู้ว่าตัวเราถูกขังไว้ในเรือนจำที่ไม่มีทางออก

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Kenny ไปตี Golf

"Kennyๆๆๆ พรุ่งนี้ไปตี golf กันนะที่สนาม ธนาซิตี้ บางนา กม 14 ออกรอบเที่ยงนะเว้ยรีบๆด้วย" สิ้นเสียงจากปลายทางของโทรศัพท์จากพี่ตอยทำให้ผมรู้แล้วว่า



 KENNY ต้องไปตี GOLF
โปรเคนนี่ ศรีสะเกษ

คืนนั้นเป็นคืนที่กระสับกระส่ายมาก เพราะว่า
1. นี่เป็นการออกรอบใน กทม ครั้งแรก
2. นี่เป็นการออกรอบครั้งที่ 2 ในชีวิต
3. นี่เป็นการออกรอบครั้งแรกในรอบ 7 ปี
4. นี่เป็นการตี golf หลังจากไม่ได้ drive มา 1 ปี และถ้านับรวมกันแล้ว ผมเคย drive รวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง

โอเคร ช่างแม่ง!! กูรีบหาอุปกรณก่อนดีกว่า "โจโจ้ กรูยืมอุปกรณ์ของมึงทั้งหมดหน่อยดิ นี่คือการปล้น"

ตอนเช้า ผมไปเอาของที่บ้านโจ้ "เอ้า กูนึกว่ามึงพูดเล่น อย่างมึงเอาแค่เหล็ก5กับเหล็ก7ก็พอ" โจ้เยาะผม ผมไม่เถียงอะไรรีบเก็บของทั้งหมด แล้วบึ่งไปที่สนามอย่างเร่งด่วน


remote tv , สายusb , กางเกง, น้ำหอม และ sunblock
พอถึงสนามธนาซิตี้จอดรถ แคดดี้วิ่งกรูมาที่รถผม เหลือบมองไปกระเป๋าของเตรียมยกลงจากรถ เอ้าสรัดแม่งมี กกน ของมันหล่นอยู่ด้วย เหี้ยนละอายเค้าตายห่ะเลย ผมเลยวนรถไปจัดการความเรียบร้อย ก่อนเข้าสนาม แล้วดูอุปกรณ์ที่ผมเตรียมมา

โอเครๆๆ เรียบร้อยละ ขึ้นไปที่ club house ได้เลย

"พี่ครับๆ ผมฝากถุง golf ด้วยครับ" ว่าแล้วผมก็ฝากถุง golf แล้วรีบเอารถไปจอด

พอเข้ามาถึงสนามผมรีบวิ่งเข้าไปที่ Locker Room เอากระเป๋ายัดใส่เข้าไปในตู้ "ตายห่ะละ กูลืมเสื้อกับกางเกงแขวนไว้ในรถนี่" แต่ไม่ทันละ ต้องรีบลงสนามก่อนเค้าจะ t-off กันแล้ว  ผมวิ่งลงไปสนาม "เอ้า เชรี่ย.. กูฝากถุง Golf ไว้กะแคดดี้คนไหนวะ ไม่ได้เอา ticket มาด้วย" เหลือบมองไป โอว์เจอละๆๆ ถุงแรดๆ นั่นแหล่ะใช่เลย


พี่ชาวดิน ถือจอบเป็นอาจิน ชอบปลูกต้นไม้
เราเริ่มหลุมแรกกันที่หลุด 12 "เฮ้ย พี่ขอยืม Sunblock หน่อยดิ" ผมล้วงไปในกระเป๋ากางเกง "เออพี่ ผมแม่งลืมไว้ที่ Locker หว่ะ 555+ จริงๆแล้วผมเอามาครบทุกอย่างเลยนะพี่ แต่ลืมไว้ที่ Locker ทั้งหมดเลย"   


"พี่ตอยครับ ของผมครบเอามาทุกอย่าง ไม่ได้เอามาอย่างเดียวคือฝีมือครับ"



แล้วเราก็ริ่มตีกัน ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ จนผมมาเจอตากล้องเจ้ากรรม ทำให้ผมตระหนักว่า อืมมม กูนี่น้า จริงๆแล้ว เห้อออ   
ผมเป็นนักกอล์ฟที่รักธรรมชาติ ชอบดูป่าเขา ชอบแมกไม้ ชอบดูสายธาร และชอบหาดทราย 

ผมเสียลูกกอล์ฟไป ประมาณ 20 ลูก เพื่อการทดสอบว่าลูก Golf จมน้ำ 

ผมได้ Score  138 จาก 18  หลุม หลุมไหน par 5 ผมซัดไปซะ 8 ถ้านับแต่ score ผมเหมาะที่จะไปเล่น NBA ได้สบายๆ 

สรุปการออกรอบตี Golf เหนื่อย ผิวดำ บังเกอร์มีไว้พุ่งเข้าชน เบี้ยวขวาเสมอๆ และให้จำไว้ว่าถ้าออกรอบให้ดูก้วนหลังว่ามันมีรถหรือเปล่า เพราะถ้ามีมันจะชอบมาจี้ตูดทำให้เสียสมาธิ  แต่ห้ามไปหาเรื่องกะพวกพี่ๆ เค้าเพราะโดยส่วนมากจะเป็นทหารยศผู้พันกันทั้งนั้น !!!

แต่ผมสัญญาว่าออกรอบคราวหน้าจะทำให้ดีขึ้น  สัญญาว่าจะเอาเมล็ดข้าวโพดไปด้วย !!!


วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

มารวยด้วย Facebook กันเถอะ # ภาค 4 ความผิดพลาดของศรี

ความเดิมจากตอนที่แล้ว ศรีทนเหนื่อยหน่ายกะชีวิตเลยประชดชีวิตโดยการเที่ยว เมาเหล้า และ ฉีกบัตรเลือกตั้งซะเลย หลังจากที่ได้รับการประกันตัว ศรีทนเหลือเงินไม่ถึงสามพัน ร้านที่เปิดไว้ยอดขายยังเท่าเดิม ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตค่าซื้อกล้อง ค่าเหล้า ค่า mixer ค่าโรงแรม ........(หัวอกเดียวกะผู้เขียน) ทำให้ศรีท้อแท้ หมดกำลังใจอยากลาโลกนี้ไป แต่ แต่ แต่  ไอ้พี่นิว ก่อนตายโทรทวงหนี้มันก่อนดีกว่า

ภาษาที่ใช้สนทนาเป็นภาษาฟรั่งเศษ


.....ตรู๊ดๆๆๆๆๆ "พี่นิวขาาาาา ศรีสิเป็นบ้าแล้วเด้อค่ะ จั๊กแม่นอิหยังดอก ร้านก็ขายบ่ได้ ศรีหวังไว้หลายว่าร้านสิพาศรีรวย แต่มันคือคักแท่ดอก เพิ่นก็ทวงค่าหนี้สินมาแล้ว จั๊กกกก สิเฮ็ดจังใด๋ มันคือยากแท่ ชีวิต ศรีสิไปแล่วเด้อ เหมื่อยแฮง"

"น้องศรีครับ  อ้ายสิบอกน้องเด้อว่าแม่นหยังน้องคือเป็นจังซี่"

ปัญหาของคนขายของบน Facebook แล้วไม่ได้ดังฝันมันมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้ 

1. ใครๆ ก็แห่มาขายกัน ฉัน เทอ แฟนของฉัน คู่หมั้นของเพื่อน น้องที่ทำงาน ข้างๆ บ้านมันก็ขาย 

2. สินค้ามันก็เหมือนๆ กัน มาจากแหล่งเดียวกัน cutting เดียวกัน pattern เดียวกัน สีก็สีเดียวกัน

3. ทุกๆคนขายที่ Facebook เหมือนกัน จบ จบ จบ

4. ลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ก็จะขายน้องที่ทำงาน จะขายเพื่อนเก่าของเรา จะขายคนใน facebook 

5. ประชาสัมพันธ์เหมือนกัน แย่ง ยื้อ ยุด ฉุด กระฉาก ไปฝากแปะใน wall ไปฝากที่โน่น ไปฝากที่นี่  

ก็มันเหมือนๆกันไปซะทุกอย่าง นี่หว่า ถึงว่าทำไมขายไม่ได้ !!!!!! 

แล้วทำไมมันมีของที่ขายได้หล่ะ  ไม่เข้าใจๆๆๆๆๆๆ 

1. ก็เค้าทำมาก่อนนี่ มาก่อน ทำก่อน ผิดมาก่อน รู้เส้นทางมาก่อน ต้องเข้าใจ

2. ก็เค้ามีสินค้าที่แตกต่างนี่ ทำผิดมาเยอะ รู้ทางแก้ ก็ทำสินค้าขึ้นมาเองเลย

3. ก็เค้าขายหลายที่นี่ facebook เป็นแค่ 1 ช่องทางของเค้าเท่านั้น เค้ามี website ของตัวเอง เค้ามีวังคมอื่นๆ ด้วย เค้าเป็นเจ้าของกระทู้เด็ดๆ ในพันทิพย์ เค้าเป็นเจ้าแม่ใน SBN เค้าไม่ได้วางสินค้าไว้ที่เดียวนี่

4. ก็เค้าเป็นคน Open นี่ กลุ่มลูกค้าเค้าเลยมีซะมากมาย ไม่ใช่ว่าชั้นจะรับ add เฉพาะเพื่อนที่รู้จัก แต่เค้า add ไปทุกกลุ่มคน โผล่ไปในทุกๆที่ เค้ามีส่วนร่วมมากมาย

5. ก็เค้าไม่ใช่คนน่ารำคาญนี่ เอะอะก็ฝากแปะร้านนะคะ เค้ามีความแตกต่างที่ชัดเจน 

6. เค้าเป็นคนที่มี Profile ที่น่าติดตามนี่ ผมเป็นโดมคับ ผมเป็นเจคับ หนูเป็นคริสค่ะ ใครๆ ก็อยากตามไปหา แล้วคนธรรมดาอย่างเราๆ จะทำยังไง

7. เค้าเป็นคนสม่ำเสมอนี่ เข้าไปเช็ค ไป update ไปทำให้ fanpage ของเค้าไม่ตาย เค้าเป็นคนที่มีชีวิต จริงๆ ในโลก cyber

"น้องศรีคะ เข้าใจหรือยังว่าทำไมร้านของน้องถึงขายไม่ค่อยได้ เด๋ววันพรุ่งนี้พี่จะแนะนำให้น้องลองปรับปรุงร้านนะคะเผื่อจะได้ดีขึ้น"  เว่าจบแล้ว น้องศรีก็ลงไปเล่นน้ำสบายใจ


ขอหนูเล่นน้ำหน่อยนะคะ



 

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

งานท้าทายของนายกหญิงคนใหม่

ขอแสดงความยินดีกับพรรคเพื่อไทยที่สามารถชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ไปได้ ถึงในตอนนี้ยังไม่มีการรับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต ก็ตามแต่จากผลการนับคะแนนคร่าวๆ แล้วเพื่อไทยสามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้อย่างสบายๆ เลย

ผลสรุปจำนวน สส จาก kapook.com

ส่วนสรุปภาพรวมผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง มีทั้งหมด 72.16 % จากผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งหมดประมาณ 33 ล้านคน ทางด้านคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แถลงขอบคุณประชาชนที่ได้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยบอกว่าขอให้ประชาชนยอมรับผลจากการเลือกตั้งครั้งนี้

คุณอภิสิทธ์ประกาศลาออกตามธรรมเนียมและ spirit ของพรรคประชาธิปัตย์ เราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าใครจะมาเป็นผู้นำของพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุด  และที่สำคัญเค้าจะต้องเป็นผู้นำฝ่ายค้านด้วย !!!

Bye Bye

คุณยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกแล้ว ผมห่วงคุณยิ่งลักษณ์จะเครียดทำให้ไม่สวยเหมือนเดิม เห็นได้จากอดีตนายกทุกท่านก่อนรับและหลังรับตำแหน่ง หน้าตาต่างกันเป็นสิบๆ ปี  อันนี้ห่วงจริงๆ !!!

ผมคิดว่าหลังการเลือกตั้งในครั้งนี้ ประเทศไทยจะสงบสุข ไม่มีการประท้วงใดๆ อีก เพราะผลการเลือกตั้งชี้ขาดไปแล้ว ผู้มาใช้สิทธิ์ก็มีจำนวนมาก กลุ่มเสื้อเหลืองก็คงไม่กล้าฝ่ากระแสผลคะแนนการเลือกตั้งมาประท้วง เพราะถ้าออกมาจริงไม่ใช่แค่กลุ่มเสื้อแดงเท่านั้นที่จะเป็นอริ แต่จะรวมถึงกลุ่มคนอื่นๆ ด้วยเพราะผมมองว่าทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้และอยากจะให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า !!!

ส่วนคุณยิ่งลักษณ์ นายกหญิงคนแรกของประเทศไทยผู้ที่สมัครเข้าสู่พรรคเพื่อไทยแค่ 6 สัปดาห์และได้เป็นนายก เะอจะต้องโดนบททดสอบที่หนักหนากว่าพี่ชายเธอแน่ๆ เพราะ จะโดนทุกคนเพ่งเล็งมากกว่าปกติ ไม่ว่านโยบายต่างๆ หรือว่าการออกกฏหมายนิรโทษกรรม  รวมถึง ปชป นับว่าเป็นฝ่านค้านที่ทำงานได้ดีมากๆ ประกอบกับคุณยิ่งลักษณ์ยังไม่เคยได้รับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ มาก่อนเลย เมื่อได้รับความกดดันขนาดนี้เธอจะรับมืออย่างไร ผมว่าต้องฝากทีมพี่เลี้ยงของคุณยิ่งลักษณ์ให้ Train หนักๆ หน่อยวะแล้ว มวยยกนี้ต้องดูกันสักตั้ง !!!

ยิ่งลักษณ์ และป๋าดัน

เก่งไม่เก่ง ของจริงหรือของเก๊  คราวนี้เราจะได้รู้กัน !!!!

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554

คุณเคยมีเพื่อนแบบนี้บ้างไหม # เพื่อนชอบบิ้ว ( Dirty Version )

ผมเป็นคนเพื่อนเยอะ เพื่อนมากก็ลากผมไป ผมเป็นคนอัธยาศัยดี แต่เงินไม่ค่อยจะมี สรุปผมมีเพื่อนหลายกลุ่ม หลายประเภทพอจะแยกได้ตามสังเขปดังนี้

1. เพื่อนวัยเรียน...... เล่าไปแล้วในภาค 1

2. เพื่อนชอบบิ้ว
......ตรู๊ดๆๆๆ "โจ้ ไงมึง เย็นนี้เหงาไหมจ๊ะ อยากไปหาอะไรเย็นๆ ล้างคอไหม กูเลิกงานแล้วเหงามาก คิดถึงโจ้ทุกลมหายใจเลย อยากกอดโจ้จังเลย 555+ แสด กูแซวเล่น เออ กำลังขับรถอยู่ อืมม ส่งเมียเข้าบ้านแล้ว ทางโล่ง ให้สั่งเลยไหม อืมมม ได้ๆๆ เจอกันร้านเดิมนะ" 

......ตรู๊ดๆๆๆๆ "บักงัวมึงอยู่ไส !!! ฮ้วยอย่าอ่อนน้า มึงอย่าเฮ็ดโตเป็นผู้เฒ่าหลาย ไสบอกว่าเป็นศูนย์หน้าลงเป็นยิง ถืกกองหลังประกบซ่ำบ่คือสิออกมาบ่ได้ มาแหม่ะๆ ร้านเดิม กูถ้าอยู่กับโจโจ้ อืมได่ๆๆๆ นำมาเด้อสู"

.....ตรู๊ดๆๆๆๆ "กวางมูส ทำอะไรอยู่เหรอ สนใจไปเปรี้ยวไหม สาวๆ หลายคักเด้อ อืมม เสี่ยแต้กก็ไป โจโจ้ จัด match กลาง week หน่อยน้า ไปหาเพลงเพราะๆ ฟังกัน 555+ เออได้ๆๆ ร้านเดิมเด้ออ..."

.....ตรู๊ดๆๆๆๆๆ "บ๊อบบี้ ตีสนุ้กอยู่เหรอ อืมม ผมกับโจ้กับแต้กและเบ้ง พร้อมแล้วนะ คืนนี้จัดหนักๆ หืมม อะไรนะ ต้องไปช่วยเมียเก็บร้าน เอาๆๆ ได้เก็บเสร็จแล้วส่งเมีย ชงนมให้ดูด ร้องเพลงกล่อมแล้วตามมานะ"

.....ตรู๊ดๆๆๆๆ "เหี้ยแว่น สัด ควย เย็ดแม่ง คิดถึงมึงหว่ะ 555+  เออ คืนนี้เค้าแดกเหล้า อืมม ชั่ยๆๆ ที่ neverland แหล่ะ  เออแม่งคราวที่แล้วเด็กแม่งติดมึง แต่แม่งเหี้ย มาของเงินค่าแท๊กซี่กับกู เย็ด.... แล้วเด็กกูนะเหี้ยมาก สัดทำประชดกูไปนัวกับไอ้แต้กซะงั้น เย็ดจริงๆ เออ รีบๆ ออกมานะ บางทีจบ neverland แล้วเด๋วไปต่อ wip เออ ตามมาๆๆ"

.....ตรู๊ดๆๆๆๆๆ "ตะเองเหรอ อืมม เค้าเกือบถึงห้องแล้วหล่ะ เหนื้อยเหยื่อย เมื่อกี้ที่ทำงานก็โทรมาถตามงาน วันนี้แม่ทะเลาะกับน้องอีกต้องเคลียให้เค้าหล่ะปวดหัว อืมม ถึงห้องแล้วจะโทรหานะ รถก็ติดมากๆ เลย เดี๋ยววันนี้จะกลับไปดูพราย แต่เหนื่อยเหลือเกินอ่ะ เหมือนจะเป็นไข้ด้วย อืมๆๆ แค่นี้ก่อนนะ เด๋วโทรหาค่ะ"

.....ตรู๊ดๆๆๆๆ "ตะเอง เค้าถึงห้องแล้วหล่ะ กินไทลินนอลไปกับยาแก้แพ้ อ่ะ เหมือนจะแพ้อากาศ อืมม ค่ะๆๆ รักตะเองนะ ไม่ไหวจริงๆ อืมม ชั่ยๆๆ ตอนนี้ดูพรายอยู่ ได้ยินเสียงทีวีใช่ไหม อืมมๆๆ พรายแย่เนอะ นิสัยไม่ดี อืมม ตะเองเค้าปวกหัวอ่ะ พรุ่งนี้ต้องประชุมเช้าด้วย อืมมตะเองปลุกเค้าด้วยนะ เค้าต้องตื่น 7 โมงอ้ะ  ตะเองเค้ารักตะเองนะ อย่าลืมสวดมนต์ก่อนนอนด้วย ค่ะๆๆๆ เค้านอนก่อนนะ ฝันดีที่รัก"

.....ตรู๊ดๆๆๆๆๆ "แสรด เย็ดเขร้ อยู่ไหนละมึง เออๆๆ กูส่งเมียเข้านอนแล้ว เออ ได้ๆๆ ไอ้พีจะตามมาชะมะ เอออยู่ที่ร้านแล้วอืมมเจอกันๆๆ กูแต่งตัวเสร็จแล้ว"

ตึ้ง!!!!!!......


บรื้น ๆๆๆ บรื้นนนนนนน !!!!!.......
เพื่อนโจ้
เพื่อนแต้ก

เพื่อนกวางมูส

เพื่อนบ๊อบบี้

เพื่อนแว่น
เพื่อนบิ้ว   

ตอนต่อไปพบกับ >>เพื่อนชอบชิ่ง<<

คุณเคยมีเพื่อนแบบนี้บ้างไหม ภาค 1 Clean Version

ผมเป็นคนเพื่อนเยอะ เพื่อนมากก็ลากผมไป ผมเป็นคนอัธยาศัยดี แต่เงินไม่ค่อยจะมี สรุปผมมีเพื่อนหลายกลุ่ม หลายประเภทพอจะแยกได้ตามสังเขปดังนี้

1. เพื่อนวัยเรียน เช่น เพื่อนอนุบาล ผมจำชื่อได้คนเดียวคือไอ้เดฟ บ้านมันอยู่หน้า รพ. อุทัยธานี นอกนั้นจำอะไรไม่ได้ เพื่อนประถมผมเรียนประถมอยู่ 2 ที่เพื่อน ป. 1 ของผมที่จำกันได้และยังติดต่อกันคือไอ้นุ้ย และไอ้เบิร์ด ส่วนไอ้อ๊อฟเป็นเพื่อนตอน ป.4 อ้อและไอ้นัท ต่อมาจะเป็นเพื่อนมัธยม ผมยังติดต่อกับเพื่อนมัธยมอยู่เยอะมากไม่ขอเอ่ยนามละกัน ต่อมาก็เพื่อนมหาลัยนี่ก็ยังติดต่อกันเยอะ เนื่องจากผมการศึกษาน้อย จบแค่ปริญญาตรี เลยทำให้ผมไม่มีเพื่อน ปริญญาโทและเอกตามลำดับ จึงของจบในส่วนของเพื่อนวัยเรียนไว้เท่านี้

Hint!!! ถ้าเป็นเพื่อนสนิทกันจริงจะต้องจำชื่อพ่อชื่อแม่มันได้ เช่นแม่ของอ๊อฟ ชื่อ....(ไม่ขอเอ่ยนาม) และในทุกๆครั้งที่เรียกชื่อพ่อหรือแม่แทนตัวเพื่อน เพื่อนที่โดนเรียกจะเดือดดาลเป็นไฟ

ตัวอย่างเช่น ผมเขียนจดหมายจ่าหน้าซองแล้วส่งไปหาอ๊อฟ  ผู้รับจดหมายเป็นแม่อ๊อฟ หลังจากได้รับจดหมายแล้วแม่อ๊อฟบอกให้อ๊อฟเลิกคบกับผมเพราะผมหยาบคาย ผมจ่าหน้าซองไปว่า

                                   ถึง

                                          ลูกอี xxxxx
                                          บ้านเลขที่  ......
                                          จังหวัด
                                           รหัสไปรษณีย์

แล้วเป็นคุณหล่ะ คุณจะโกรธไหม 
 
เพื่อนประถมเบิร์ด Facebook Boky Birdy Dody
เพื่อนประถมนุ้ย Facebook Natchanon Yuchangkul


เพื่อนประถมอ๊อฟ ผู้น่าสงสาร Facebook Cmbrutalhead PhakPhoom

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

มารวยด้วย Facebook กันเถอะ # ภาค 3 ศรีทนพบทางสว่าง

ความเดิมจากตอนที่แล้ว ศรีทน เบื่อ รับไม่ได้ ไม่อยากทำ ไม่เข้าใจ ทำไมขายของไม่ได้ แล้วทำไมคนอื่นขายได้ แล้วทำไมไม่มีแฟน แล้วทำไมต้อง vote no แล้วทำไมต้องแย่งเขาพระวิหารกัน แล้วทำไม ทำไม ทำไม...หลายๆ คำถามวนเวียนอยู่ในหัวน้อยๆ ของน้องศรีทน เหมือนมีบางคนกำลังยิง DDOS เข้าใส่ น้องศรีทนไม่หนีปัญหา แต่น้องศรีทนเลือกดื่มให้ลืมปัญหา  555... that the way you are ......

โทรหาพี่นิว ชวนพี่นิวเที่ยว อยากเปรี้ยวกับพี่นิว อยาก...กับพี่นิว  อ้าาาาา ..... ไม่ไหวแล้วๆๆๆๆๆ

สรุปคืนนั้นศรีทนเมามากขนาดหมาลากไปเลย และตอนหกโมงเช้า ศรีทนเดินออกจาก WIP ด้วยสภาพร่างกายที่ยับเยิน ไม่รู้ว่าอ้วกใคร เหล้าใครหกใส่รองเท้าบ้าง ลิปติกฝีบากบนกับลากคนละสี กลิ่นบุหรี่เต็มตัว แต่ยังดีศรีทนมีสติ ประคองเพื่อนลงไปใต้ตึก Liberty ได้ 2 คน แต่ต้องจำหน่ายออกไป 2 คนเพราะว่ามันโดนลากไปทางไหนก็ไม่รู้ อิเพื่อนเกย์พวกนี้เมาทีไรหายไปกับผู้ชายทุกที แว่น Oklay สีดำทำให้สีทนสามารถมองถนนและขับรถออกมาจากใต้ตึกได้ แต่เอ๊ะนี่มันแว่นของใครนะ ศรีทนสงสัยแต่ก็ไม่เป็นไรใส่ไว้ก่อนไม่งั้นไม่ไหวแน่ พอตัวรถหลุดจากใต้ตึกได้เท่านั้นแหล่ะ  โอว์ ในที่สุดศรีทนก็ได้พบทางสว่าง

นี่แหล่ะทางสว่างของชั้น แสงสว่างยามรุ่งอรุณที่ชั้นรอ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันรู้แล้ววว!!!! 



                                                     เมาเพราะเพลงนี้แหล่ะค่ะ!!!!!


 


โปรดติดตามต่อตอนที่ 4

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

มารวยด้วย Facebook กันเถอะ # ภาค 2 ศรีทนรวยหรือยัง ?

ความเดิมจากตอนที่แล้ว ศรีทนเป็นคนศรีสะเกษ เทอเบื่องานประจำอยากทำงานเสริม เบื่อชีวิตเดิมๆอยากเพิ่มรายได้ .....

ศรีทนเปิดร้าน

ในวันเสาร์เพลาประมาณ 10.00 น. ศรีทนขับรถตรงดิ่งไปยังศูนย์ค้าส่งเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย "ประตูน้ำ" เธอลงทุนเสื้อเสื้อผ้าผู้หญิงคละๆกันไปจำนวนนึง และเลยต่อไปยัง "สำเพ็ง" เพื่อเหมาเครื่องประดับมาเป็น Option ให้แลดูมีสินค้าหลากหลาย จากนั้นเธอแวะไป "ฟอร์จูน" ใช้บัตรเครดิตรูดกล้องตัวใหม่อีก 1 ตัว  ศิริรวมวันนั้นศรีทนลงทุนไป 2 หมื่นกว่าๆ เธอยิ้มเยาะในใจพลางคิดไปว่ากลับไปถึงห้องเมื่อไรจะสร้าง fanpage แล้วจะได้เริ่มเปิดร้านเสียที  แต่เอ๊ะ ไม่ได้ๆ เราต้องไปบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสียก่อน งั้นไปไหว้พระพิฆเณศขอพรก่อนดีกว่า จากนั้นศรีทนกลับถึงบ้านบรรจงจัดเสื้อผ้าให้สวยงามแล้วก็ถ่ายรูป แช๊ะ ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วก็ทำ fanpage upload รูปเข้าไป ตั้งชื่อ fanpage ว่า "ร้านศรีสดใสวัยทีนเอจ" แนะๆ ๆ ชื่อร้านกับหน้าตามันช่างเข้า concept เสียนี่กระไรแล้วจากนั้น ก็ tagๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพื่อนเข้าร้านเราไง  วู้ๆๆๆๆ พรุ่งนี้เข้ารอรับ order วันนี้พอแค่นี้นอนดีกว่า ศรีทนเดินไปหยิบวิต้าพรุนสกัดยกซดโฮก แล้วก็นอนหลับพร้อมคิดไปต่างๆนาๆว่าถ้าสินค้าหมดเร็วจะทำยังไง วันพุธนี้จะว่างไปเอาของเพิ่มใหม่ เรื่องการโอนเงินจะทำยังไงเปิดบัญชีเพิ่มดีไหม หรือถ้าลูกค้าอยู่ต่างประเทศจะส่งของยังไงบวกค่าส่งเท่าไรดี แล้วกำไรที่ได้มาจะเอาไปทำอะไร ..........จากนั้นก็เผลอหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก

วันแรกของร้าน "ศรีสดใสวัยทีนเอจ"

เช้าวันอาทิตย์นี้จะมีเสื้อผ้าหลุดไปกี่ตัว รีบๆสั่งเข้ามนาช่วงเช้านะบ่ายนี้จะได้ออกไปส่งของ คิดไปพลางก็กด add friends ไปพลาง อืมมตอนนี้ร้านเรามีเพื่อนร้อยกว่าคนแล้ว เอ๊ะ นี่ facebook ของพี่นิวนี่นา ขอ add หน่อยดีกว่า อิอิ  เอาละ add พี่นิวไปแล้ว ทักทายแกหน่อยดีกว่า 

"พี่นิวๆ  น้องจะทำ Fanpage บน facebook กะจะขายเสื้อผ้าอ่ะคะ พี่นิวอย่าลืมกดรับให้น้องด้วยนะคะ" 

จากปากศรีทน "พี่นิวถือว่าเป็น idol ทาง internet ของหลายๆคนเลยค่ะ พี่เค้ามีทั้ง blog Daily Review ที่มีสาระความรู้ ทั้ง video blog ของ kenny sisaket สุดฮา มี group สุดเจ๋งอย่าง creativity base on imaginary พี่เค้ามีครบจริงๆ"

ว่าแล้วน้องศรีทนก็กด add friends อย่างตั้งใจและมุ่งมั่น 

_____________________________________________________________________
สรุปยอดขาย วันที่ 1 
ขายได้ : 0
โทรสอบถาม : 2


วันเวลาผ่านไป 

ร้านศรีสดใสวัยทีนเอจ 
1. เปิดร้านมาเป็นเวลา 2 เดือน 17 วัน
2. ร้านมีเพื่อนทั้งหมด 113 คนและลดลงทุกๆวัน
3. บอดขายเสื้อ 3 ตัว dress 2 ตัว 
4. ลูกค้าคือเพื่อนที่ทำงานที่สนิทกัน
5. โทรสอบถาม 7 ครั้ง
6. มีร้านอื่นขายสินค้าเหมือนกัน เท่าที่เห็น 14 ร้าน
7. ขายถูกว่า 3 ร้าน
8. สรุปยอดขาย 970 บาท
9. สินค้าค้าง stock 97%
10. หนี้สินที่ติดค้าง ค่าผ่อนกล้องเดือนละ 2,000 บาท 8 เดือน
11. เพื่อนของศรีทนเปิดร้านประเภทเดียวกัน และขอให้ศรีทนรับ add ร้าน
12. ศรีทนกลับไปตั้งใจทำงาน
13. แต่ศรีทนยังเล่น Facebook และสั่งซื้อเสื้อของ Sleeping Pills เหมือนเดิม

Sleeping Pills

เย็นวันศุกร์ศรีทนและกลุ่มเพื่อนๆนัดกันว่าจะไปเที่ยวที่ Flix RCA แต่นัดทานข้าวกันก่อนที่ร้านอร่อยแน่นอน ในกลุ่มเพื่อนได้คุยกันและถามถึงเรื่องงาน เรื่องการเลือกตั้งว่าจะเลือกใครดี ใครจะมาเป็นายก ได้มีเพื่อนคนนึงถามถึงร้านของศรีทน "เฮ้ยร้านมึงเป็นไงบ้างวะ รวยใหญ่แล้วสิมึง" ศรีทนตอบกลับไปว่า "กูเลิกทำร้านแม่งแล้ว ขายไม่ได้เลยเสียเวลาซะเปล่า"  ว่าแล้วก็ยกเบียร์ขึ้นมาซดโฮก พลางคิดถึงพี่นิว เอพี่นิวทำงานอยู่ใน RCA นี่นาชวนพี่เค้ามาเที่ยวด้วยดีกว่า ว่าแล้วก็กดโทรศัพท์หาเลย ตู๊ดๆ ตู๊ดๆ 

ศรีทน      "พี่นิวๆ ไปเที่ยว Flix ด้วยกันไหมค๊ะ"
พี่นิว        "ไม่ไหวหว่ะน้อง พี่แก่แล้ว ขอบายดีกว่า"
ศรีทน      "ค่ะพี่ อืมม พี่หนูปิดร้านไปแล้วนะคะ ขายไม่ได้เลยอ่ะพี่"
พี่นิว        "เอ้าเหรอ ทำไมหล่ะ ปิดเร็วจัง"
ศรีทน      "ก็ขายไม่ได้เลยอ่ะพี่ 555+  เยียดเปียด จิงๆ"
พี่นิว        "อืมมมม  .....  เอางี้ๆๆ พี่ไป Flix ด้วยก็ได้" 
              "แล้วเด๋วพี่จะเล่าให้ฟังว่าทำไมน้องศรีถึงปิดร้าน"
ศรีทน      "จริงอ่ะพี่....ดีเลยๆๆ เดี๋ยวน้องเลี้ยงเหล้าพี่เอง"
พี่นิว        "ไม่เป็นไรๆ TC ดีกว่าน้อง"
ศรีทน      "ค่ะๆๆ พี่ TC ก็ได้ค่ะ"

พี่นิว ที่พึ่งทางจิตรวิญาณของน้องๆ


:: ศรีทนไม่สนใจร้านแล้ว แม่งขายไม่ได้ขายไม่ออก แต่ศรีอยากรู้ว่าทำไมขายไม่ออกทั้งๆที่ก็ทำตาม step หมดทุกอย่างแล้ว อย่างนี้ต้องถามพี่นิว  ติดตามต่อตอน 3 ครับ ตอนนี้ขอพี่นิวไปกินเหล้าก่อนนะครับ  เยียดเปียด!! ::


 


มารวยด้วย Facebook กันเถอะ

"พี่นิวๆ  น้องจะทำ Fanpage บน facebook กะจะขายเสื้อผ้าอ่ะคะ พี่นิวอย่าลืมกดรับให้น้องด้วยนะคะ"

หลายๆคนอยากเริ่มธุรกิจ ไม่อยากทำงานประจำ อยากหารายได้เสริม แต่ไม่อยากลงทุนสูงๆ แล้วจะทำยังไงกันดี ?

เชื่อผมเถอะว่าคนไทยชอบเกาะกระแส ไม่ว่าจะเป็น planking ขนาดพระยัง Planking เลย เลยมีการสร้างกระแสโดยการเกาะกระแส เช่นพับเพียบไทย แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ เณรหน้าแฉล้มมานั่งพับเพียบ ทำให้เจ้ากลุ่มคนสร้างพับเพียบไทยต้องรีบมาประกาศออกตัวกันซะยกใหญ่  ทำให้ผมเชื่อว่าคนไทยเป็นชนเชื้อชาติที่ถ้ามีโรคติดต่อทาง Facebook คงจะระบาดอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก และผมคงเป็นคนแรกๆ ที่ติดเชื้อนั้น

วิศวกรหนุ่มเครียดจัดเนื่องจากบัญหาทางการเงิน กระทำการอุกอาจ Planking บนท้ายรถ 



กระแสค้าขายผ่าน net

e-commerce คำนี้ได้ยินกันมานานแล้ว หลายๆรัฐบาล พยายามผลักดันให้เกิดขึ้น แต่ก็ไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างได้ซะที  จนมาถึงวันนี้ทุกครอบครัวในประเทศไทยมี facebook เป็นของตัวเอง กลางวันทำงานกับสังคมจริงๆ ตกเย็นมากลับบ้านเข้าสังคมออนไลน์ หรืออย่างหลายๆ ท่านอยู่สองสังคมพร้อมกันเลย เมื่อมีสังคม มีชุมชนเกิดขึ้นแน่นอนการค้าขายก็ต้องเกิดขึ้นตามไปด้วย

เบื่องานประจำอยากทำงานเสริม

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวละครเอกของเรื่องนี้ก่อนครับเธอมีชื่อว่า "ศรีทน" สาวชาวศรีสะเกษบ้านเดียวกับผู้เขียน ด้วยวัย 25 ปี ศรีทนทำงานเป็น ae อยู่ที่บริษัทด้านการสื่อสารบนถนนรัชดา ทุกเช้ามาศรีทนต้องฝ่าด่านรถติดเข้าทำงานเวลา 8.30 และทุกๆวันที่ 25 ศรีทนจะได้รับเงินเดือนประมาณ 2 หมื่นกว่าๆ พร้อมค่าน้ำมันประมาณ 5000 บาทและค่าโทรศัพท์ 600 บาทซึ่งทางบริษัทของศรีมีสวัสดิการลดค่า inetnet ของที่บ้านให้ครึ่งนึง ลองมาฟังความรู้สึกของศรีทนกันนะครับ
 
"ศรีขี้เกียจตื่นเช้า แต่ถ้าสายศรีก็ต้องเจอรถติดแล้วพี่ก็รู้ว่ารัชดารถติดมหาโหดแค่ไหน ส่วนเรื่องงาน เจ้านายของศรีจู้จี้มากๆค่ะ จะให้ทำ account profile อย่างเดียวเลย แถมยังเจอเรื่องระบบงานที่ยุ่งยากอีก เอกสารงี้เป็นตับๆเลย ใจจริงศรีอยากนั่งชิลจิบชายามบ่ายสบายใจ แต่ศรียังต้องใช้เงินเลี้ยงปากท้อง พนักงานประจำตัวน้อยๆ อย่างศรีจะทำยังไงดี บังเอิญพอดีศรีชอบซื้อเสื้อผ้า เลยพาลให้คิดว่าอืม เสื้อผ้านี่ปัจจัย 4 ยังไงก็ขายได้อยู่แล้ว เปิดร้านซะเลยดีไหม ? แต่....ไม่ไหวค่ะ เปิดร้านมาเจอค่ามัดจำที่ ค่าเช่า ไหนจะต้องหาทำเลอีก ไหนจะต้องไปเฝ้าร้านอีก ลงทุนทั้งนั้น พนักงานประจำรับบ่ได้ๆ   แต่อีกใจก็ศรีก็ไม่ไหวกับงานประจำจริงๆทำมากี่ปีแล้วเงินเดือนขึ้นน้อยกว่าดอกเบี้ยเสียอีก  ทำไงดี เบื่อ เซ็ง เครียด เล่น facebook ดีกว่า 555+    ไหนๆ ดูเพื่อนๆเราดิว่าทำอะไรกันอยู่"

น้องศรีทน

ขณะที่น้องศรีของเราเล่น facebook อยู่นั้น พลันตาเหลือบไปเห็น sleeping pills collection ใหม่ถ่ายรูปลงใน facebook "อืมมสวยดีๆ  ไปดูซะหน่อยสิว่าราคาเท่าไร อืมมตัวนี้ไม่แพงๆ จดรหัสไว้เดี๋ยวเย็นนี้โทรไปสอยเลยดีกว่า" ว่าพลางศรีก็หยิบปากกาจดตัวเลขยุกๆ ยิกๆลงกระดาษ 

ตกเย็นวันนั้นน้องศรีกลับบ้าน แล้วยกหูโทรหาร้านแล้วก็สั่งๆๆๆ  "เรียบร้อยละ 55+ ได้ชุดใหม่ใส่ไป wine ilove you ที่ CDC แล้ว 3,000 บาทถือว่าไม่แพง ไม่ต้องเหนื่อยนั่งรถไปสยามด้วย แหม่ๆๆ โลกของ internet นี่มันดีจริงๆ"

"อุ๊บ!!!! ตายหะละ เสียเงินโดยไม่รู้ตัวซะละกรู  อยู่ดีๆ 3,000 ก็ลอยไปตามลม โอว์หมดตัวอีกแล้ว แถมเป็นเงินสดซะอีก ถ้าเป็นบัตรยังดีจ่ายขั้นต่ำเอาก็ได้ แล้วอย่างนี้ศรีจะกินอะไร  เดือนนี้ศรีไม่มีแหลกอีกแล้ว"

ศรีพบทางสว่าง

"เยียดเปียด!!!" ศรีทนอุทานพร้อมทั้งตบหัวเข่าดังฉาด "เราขายเสื้อผ้าบน Facebook ได้นี่ ไม่ต้องลงทุนค่าเช่าที่ ไม่ต้อง stock ของมาก ไม่ต้องไปเฝ้าร้าน แค่เราสร้าง Fanpage บน Facebook เราก็มีร้านของเราเองได้แล้ว อุว๊ะ มันช่างง่ายอะไรเสียนี่กระไร ฝันของศรีจะเป็นจริงแล้ว ศรีจะได้จิบชายามบ่ายแล้ว ไม่ต้องเป็นพนักงานอีกต่อไป ต่อไปศรีจะ deal งานผ่าน Facebook ไปเมืองนอก ขายเสื้อผ้าให้จาไมก้า ทำให้ชาวต่างชาติรู้จักคนไทยประเทศไทย ศรีรักเด็ก ศรีเป็นนางงาม ศรีจะรวย จะถอย audi TT ได้แล้ว ศรีจะมียร์อชเป็นของตัวเอง ขอบคุณที่ศรีมีวันนี้ ศรีรัก facebook"


:: คนเขียน blog เหนื่อยขับรถทั้งวัน รบกวนคนอ่านติดตามต่อวันพรุ่งนี้นะครับ คอยดูเรื่องราวของศรีต่อเด้อ :::

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Cloud Computing on Mobile Phone


Cloud Computing on Mobile Phone
ผมบังเอิญได้ไปอ่านเจอบทความที่กล่าวถึง Backup Your Phone over the Air (BURP) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการเสริม (Values-Added Service) ทำให้ผมคิดไปถึงว่าว่าต่อไปนอกจาก Computer, Notebook, Tablet ต่อไปก็คงหนีไม่พ้น Mobile Phone อุปกรณ์ตัวที่เราใช้งานกันมานานนับหลายปีคงต้องมีการปรับเปลี่ยนโฉมกันยกใหญ่สักที

นิยามของ Cloud Computing
                ผมเข้าใจว่า Technology ของ Cloud คือการนำการให้บริการต่าง, ข้อมูลทั้งภาพ, เสียง, email, Software, Application และอื่นๆ ไปรวมไว้ที่ส่วนกลางแล้วให้ผู้ใช้งานทำการเชื่อมต่อเข้ามายังส่วนกลางโดยที่จะต้องทำการ Login เพื่อเข้ามาใช้งาน ประโยชน์ของ Cloud Computing คือ ประหยัดทรัพยากรเช่น Storage หรือค่า License ต่างๆ และการบริหารการจัดการที่เป็นศูนย์กลาง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์ notebook หรือ computer ที่ไม่จำเป็นจะต้องซื้อรุ่นที่มี spec สูงๆ 

ดีขนาดนี้แล้วทำไมเพิ่งมามีหล่ะ ?
                ก่อนอื่นนั้นจริงๆ แล้ว Cloud computing นั้นมีมานานแล้วแต่เป็นในรูปแบบที่เรายังเห็นได้ไม่ชัดเจน แต่เราเพิ่งจะเริ่มมองออกชัดเจนเมื่อตอน web 2 ได้เข้ามาครองโลก โดยส่วนตัวผมถือว่า Youtube, Facebook, Linkedin หรือ web 2 อื่นๆ นั้นผมถือว่าเป็น Cloud เหมือนกันแต่จะให้บริการในส่วนของ database เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่อีกส่วนที่สำคัญของ Cloud คือ Service, Software หรือ Application นั้นเพิ่งจะได้เริ่มจริงๆ จังๆ เมื่อไม่นานนี้เอง เพราะว่าติดในส่วนของ realtime connection และ hi-speed capacity จึงทำให้ cloud นั้นยังไม่แจ้งเกิดเต็มตัว  แต่ในทุกๆ วันนี้ทุกบ้านมี Hi-Speed internet เข้าถึงแล้วจึงเป็นจุดเริ่มต้นจริงจังของ Cloud Computing สักที

Cloud เกิดที่ไหน?
                Cloud เกิดทุกที่ ซึ่งจำเป็นต้องมี 3 บุพการีดังนี้
1.       คุณ Hi-Speed Internet    บ้านผมมี ADSL ที่ทำงานผมมี MPLS ร้านกาแฟของเพื่อนผมมี Wi-Fi
2.       คุณ Device                           ผมใช้ Notebook เพื่อนใช้ iPhone แฟนใช้ Galaxy Tab
3.       คุณ Content                        คุณ Facebook คุณ Youtube คุณ Webmail คุณ Internet TV

เมื่อทั้งสามท่านนี้มาเจอกัน และได้ตกลงยินยอมพร้อมใจกันแล้วก็จะทำให้เกิด Cloud ขึ้นมา ในอดีต Cloud
จะเกิดเมื่อสามท่านนี้ทำการปฎิสนธิกันในร่มเท่านั้น  ซึ่งการเกิด Cloud จึงยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง
เมื่อ Cloud ฉัดเกิด
                Could Computing เริ่มเป็นประเด็นดังในหลายๆ ที่ และก็มีหลายๆ บริษัทอยากทำ Cloud แต่ก็ไม่เกิดขึ้นจริงเพราะว่าไม่เข้าใจใน concept ของ cloud  จริงๆแล้ว cloud จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อ demand + supply และ marketing เข้ามาผนวกกันอย่างลงตัว อีกทั้ง cloud ยังต้องอาศัย bandwidth ที่มีคุณภาพ  ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Apple ประกาศว่าตัวเองจะทำ Cloud เพื่อให้ Apple Device ทุกๆ ตัวของ Apple สามารถ Sync ข้อมูลถึงกันได้ ที่ apple สามารถดัน cloud ให้เกิดขึ้นได้เพราะ Apple สามารถตอบสนองความต้องการในเรื่องเพลงได้เป็นอย่างดี เพราะ Apple จับมือกับสิลปินและค่ายเพลงเพื่อรองรับส่วนนี้อยู่แล้ว และ การตลาดของ Apple นั้นเน้นได้ถูกจุดคัน ทำให้ Cloud ของ Apple นั้นเกิดขึ้นมาได้  และทำให้การใช้งานของระบบ NGN นั้นมีการใช้งานสูงขึ้นอย่างอัศจรรย์จึงเป็นประโยชน์ต่อ บริษัทที่ขาย NGN (ผมเองนี่แหล่ะ 555)
                ปัญหาของผู้ที่อยากทำ Cloud จริงๆ แล้วนั้นเกิดขึ้นมาจากความไม่เข้าใจใน concept ของตัวเองมากกว่าว่าทำไปเพื่ออะไร ให้บริการอะไร แล้วจะได้ revenue ตรงไหน ซึ่งเป็นในส่วนของ marketing ผมจึงอยากให้ท่านๆ ที่อยากทำ Cloud Service คำนึงในส่วนนี้มากๆนะครับ

Cloud ในที่แจ้ง
                เหนียมอายกันมานาน จะเกิด Cloud ได้ก้ในที่ร่มเท่านั้น broadband access ได้ข้ามพ้นวิกฤตินั้นแล้ว หลังจากที่ถกเถียงกันมานานเราก็ได้ข้อสรุป 3G, LTE และ Wi-Fi outdoor มาทำให้หลุดพ้นพันธนาการนั้นเสียที ทุกท่านที่ใช้มือถือ, Tablet, Notebook ก็สามารถเข้าถึง Cloud ได้โดยผ่าน 3G, LTE หรือ Wi-Fi outdoor ทำให้ตอกย้ำได้ชัดเจนว่าในโลกยุคต่อไปจะเป็นโลกใน Cloud โดยแท้

แล้ว Cloud on Mobile Phone หล่ะ?
                ท่านลองจินตนาการถึงโทรศัพท์มือถือที่ไม่มี SIM สิ เมื่อเปิดเครื่องมาท่านก็ต้อง Login เข้ามือถือ และเข้าสู่โครงข่ายของผู้ให้บริการเจ้าที่ท่านเลือกใช้ เมื่อท่านเบื่อการให้บิรการของเจ้านี้ หรือโปรโมชั่นที่แสนแพง หรือ SMS ที่จุกจิก ท่านก็สามารถที่จะขอย้ายค่ายบริการหนีไปได้เลยโดยไม่ต้องถือ SIM ไปคืนที่ศูนย์บริการเพื่อขอเปลี่ยน SIM ใหม่ หรือว่าท่านจะเอาเบอร์บ้านของท่านมาใส่มือถือเพื่อให้ท่านใช้งานแบบ single no. ก็แสนจะสะดวก  หรือในวันไหนที่ท่านลืมเครื่องโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน ท่านก็เพียงขอยืมเครื่องของกิ๊กเพื่อมา Login เข้าระบบแล้วทุกอย่างที่ท่านมีในเครื่องของท่าน ไม่ว่าจะเป็น contact list, file ภาพ, clip vdo ก็จะพรั่งพรูมาจาก cloud ของผู้ให้บริการของท่าน และเพื่อจะให้ดียิ่งกว่านั้นท่านก็ไม่ต้องพึ่งพาเครือข่าย 3G หรือ LTE เมื่อท่านอยู่ที่บ้านก็สามารถใช้ Tablet เป็นมือถือได้ เมื่อท่าน login ผ่านระบบ wifi ในบ้านไปยัง website ของผู้ให้บริการเพื่อขอใช้ Tablet เป็น โทรศัพท์
                ถึงคราวนี้เจ้ามือถือของเราก็จะกลายเป็นแค่อดีตไปแล้ว Samsung เครื่องใหม่ Nokia เครื่องโปรด BB สุดรัก iPhone ที่เต็มไปด้วยรูปสวยๆ ก็จะกลายเป็นอดีตไป ระบบปฏิบัติการไดก็ไม่สำคัญ ขอเพียงท่านเข้ามาสู่ Cloud

แต่ก่อนใช้ขอให้ระวังให้ดี อาจจะมี Luzsec ใน cloud มาดักขโมยข้อมูลความลับของท่านไปได้ Luzsec อาจไม่ใช่ใครอื่นไกล อาจจะเป็นคนในบทความนี้ก็ได้